ข่าวสารและบทความ

3 กลุ่มเสี่ยงโควิด!! พร้อมแนวทางเฝ้าระวัง!!

3 กลุ่มเสี่ยงโควิด!! พร้อมแนวทางเฝ้าระวัง!!

 

นับเป็นสถานการณ์ที่น่ากลัว สำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โรคโควิด-19 ที่มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 2.16 ล้านคน จากผู้ติดเชื้อทั่วโลก โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าคนทั่วไป และมีโอกาสเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็วหากไม่ได้เข้ารับการรักษาภายใน 48 ชั่วโมง แล้วกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้จะมีใครบ้าง? แต่ละกลุ่มต้องปฏิบัติตัวอย่างไร สินมั่นคง ประกันสุขภาพ มีคำตอบค่ะ

 

3 กลุ่มเสี่ยงเฝ้าระวัง...แค่ติดโควิดก็มีสิทธิเสียชีวิต!

แม้จำนวนผู้เสียชีวิตในประเทศไทยจะมีจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบเป็นอัตราส่วนของผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว แต่ก็ยังมีกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ง่ายเมื่อได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาเข้าสู่ร่างกาย ได้แก่

 

 

 1. ผู้สูงอายุ - กลุ่มผู้สูงอายุถือเป็นประชากรกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่มีอาการรุนแรงมากกว่ากลุ่มวัยอื่น การอยู่รวมกันเป็นครอบครัวที่มีสมาชิกในบ้านมีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง อาจทำให้ผู้สูงอายุติดเชื้อและมีโอกาสเสียชีวิตได้ง่าย

2. ผู้ที่มีโรคประจำตัว - ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง และโรคระบบทางเดินหายใจ หากมีการติดเชื้อโควิด 19 จะมีความเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป

 

3. เด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี -  รวมถึงสตรีตั้งครรภ์และสตรีหลังคลอด – โรคโควิด 19 สามารถทำอันตรายต่อเด็กเล็กได้เช่นเดียวกับโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจทั่วไป เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดธรรมดา และแม้ในขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลว่าหญิงตั้งครรภ์มีโอกาสติดเชื้อมากกว่า คนทั่วไป รวมถึงยังไม่มีหลักฐานว่า มีการติดต่อผ่านทางรกหรือผ่านทางน้ำนมหรือไม่ แต่ทารกที่อยู่ในครรภ์หรือเพิ่งเกิดจากแม่ที่ติดเชื้อโควิด 19 ก็จัดเป็นผู้มีความเสี่ยง จะต้องมีการแยกตัวออกจากทารกอื่น และต้องสังเกตอาการ เป็นเวลา 14 วัน ด้วยเช่นกัน

ผู้สูงอายุและคนใกล้ชิด...เฝ้าระวังโควิดได้อย่างไร?

ผู้สูงอายุและบุคคลในครอบครัว ควรปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดเพื่อการป้องกันการสัมผัสและการแพร่กระจายของเชื้อโรค ด้วยวิธีการดังนี้

    • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ 70 % 

    • หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก

    • เลือกทานอาหารที่ร้อนหรือปรุงสุกใหม่ๆ ใช้ช้อนกลางส่วนตัว

    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ

    • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดผู้ที่มีอาการหวัด มีไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก

    • งดออกจากบ้านหรือเข้าไปในบริเวณที่มีคนแออัด

    • หลีกเลี่ยงการสวมกอด หรือพูดคุยในระยะใกล้ชิดกับบุคคลอื่น 

    • หากมีโรคประจำตัว ควรจัดเตรียมยาสำรองสำหรับรักษาโรคประจำตัวของผู้สูงอายุไว้ ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ หรือให้ญาติไปรับยาแทน

    • ดูแลสภาพจิตใจไม่ให้เครียดเกินไป หาวิธีผ่อนคลายความเครียด

    • ผู้ดูแลผู้สูอายุต้องหมั่นสังเกตตนเอง ว่ามีอาการไข้ หรืออาการทางเดินหายใจหรือไม่ หากพบว่ามีอาการดังกล่าว ควรงดการใกล้ชิดกับผู้สูงอายุ

    • ผู้ดูแลควรหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้สูงอายุโดยไม่จำเป็น โดยรักษาระยะห่างกับผู้สูงอายุ

    • ผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุ ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และล้างมือทุกครั้งก่อนให้การดูแล

ผู้มีโรคประจำตัว...เฝ้าระวังโควิดได้อย่างไร?

ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง และโรคระบบทางเดินหายใจ หากมีการติดเชื้อโควิด 19 จะมีความเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อหรือป่วยรุนแรง จึงควรปฏิบัติตัวดังนี้

    • ให้อยู่ในที่พักอาศัย เว้นการคลุกคลีใกล้ชิดกับบุคคลที่ไม่ใช่ผู้ดูแล รักษาระยะห่างระหว่างบุคคลอื่น 1 - 2 เมตร

    • หากต้องไปในพื้นที่ที่มีคนแออัด หรือโดยสารรถสาธารณะ ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

    • งดใช้ของหรือเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

    • มีหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อของสถานพยาบาลที่รักษาประจำ เพื่อปรึกษาปัญหาสุขภาพ

    • ติดต่อสถานพยาบาลที่รักษาประจำก่อนกำหนดนัด เพื่อให้ญาติไปรับยาแทน โดยรับยาใกล้บ้านหรือย้ายไปตรวจที่สถานพยาบาลอื่น

    • รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ และหมั่นตรวจสุขภาพตนเอง

    • หากมีอาการป่วยฉุกเฉิน ให้โทรเรียก 1669

    • ทำความสะอาดเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องใช้ประจำร่วมกัน

 

เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีหลังคลอด ... เฝ้าระวังโควิดได้อย่างไร?

โรคโควิด 19 มีอันตรายต่อเด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีหลังคลอด ได้เช่นเดียวกับโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจทั่วไป เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดธรรมดา จึงควรมีข้อปฏิบัติตัวดังนี้

 

เด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีลงมา

    • ห้ามพาเด็กออกไปที่สาธารณะโดยไม่จำเป็น ควรให้เด็กเล่นอยู่แต่ในบ้าน
    • เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ใกล้ชิดคนอื่นให้น้อยที่สุด
    • ผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กไม่ควรออกไปนอกบ้าน ถ้าจำเป็นต้องออกไปเมื่อกลับมาถึงบ้าน ต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนมาเล่นกับเด็ก
    • สอนเด็กล้างมือ ใส่หน้ากาก กินอาหารที่มีประโยชน์ ปรุงสุก สะอาด และนอนพักผ่อน ให้เพียงพอ
    • หากเด็กติดเชื้อโควิด 19 อาการของโรคจะเริ่มตั้งแต่มีอาการหวัดน้อยๆ จนถึงปอดอักเสบหรือปอดบวม หรือหากมีโรคประจำตัว ก็จะมีอาการชัดเจนอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ถ้าเริ่มมีอาการต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

 

สตรีมีครรภ์ที่อยู่ในช่วงเฝ้าระวัง

    • งดการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น
    • งดออกไปในที่ชุมชนโดยไม่จำเป็น และอยู่ห่างจากผู้อื่น ในระยะ 1 - 2 เมตร
    • กรณีครบกำหนดนัดฝากครรภ์ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบว่า อยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง 14 วัน เพื่อพิจารณาเลื่อนการฝากครรภ์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
    • กรณีเจ็บครรภ์คลอด ต้องไปโรงพยาบาลทันที และแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบว่า อยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง 14 วัน

 

หากพบเห็นผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด โรคเบาหวาน หรือเด็กและสตรีมีครรภ์ มีอาการทางเดินหายใจ ไอ เจ็บคอ หายใจเหนื่อย มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้รีบแจ้งเพื่อเข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที เพราะหากไม่ได้เข้ารับการรักษาในเวลา 48 ชั่วโมง จะมีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่าผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงทั่วไป


สินมั่นคงประกันภัยห่วงใยปัญหาสุขภาพคุณ พร้อมดูแลด้วย “ประกันโควิด เจอ จ่าย จบ" จ่ายเงินชดเชยทันทีที่ตรวจพบว่า ผู้เอาประกันภัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) (มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์) โดยจะจ่ายเป็นเงินก้อน (เต็มทุนวงเงินคุ้มครอง) สูงสุด 100,000 บาท เบี้ยเริ่มต้น 99 บาท/ปี สนใจรายละเอียด คลิก www.smk.co.th/producthealthdetail/13  หรือ โทร.1596

 

Photo source: freepik.com