ข่าวสารและบทความ

ประกันสุขภาพ : เช็คความเสี่ยง “ติดโควิดแล้วหรือยัง”?

ประกันสุขภาพ : เช็คความเสี่ยง “ติดโควิดแล้วหรือยัง”?

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปในทุกพื้นที่ขณะนี้ ส่งผลให้หลายคนเริ่มสงสัยว่าตนเอง “ติดโควิดแล้วหรือยัง?” หรือ "อาจลืมไปแล้วว่าอาการติดเชื้อโควิด-19 เป็นอย่างไรบ้าง?" ต้องปฏิบัติตัวอย่างไรในสถานการณ์การแพร่ระบาดในขณะนี้? สินมั่นคง ประกันสุขภาพ รวมรวมข้อมูลเพื่อช่วยเตรียมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่อีกครั้ง

 

สารบัญบทความ

1. กลุ่มเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ แบ่งอย่างไร?
2. อาการแบบไหนต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19?
3. ไม่มีอาการ แต่สงสัยว่าติดโควิดไหม ต้องทำอย่างไร?
4. เป็นผู้ป่วยโควิด-19 แต่หาเตียงไม่ได้ ทำอย่างไร?
5. กักตัว 14 วัน ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร?
6. ดูแลตัวเองอย่างไรในสถานการณ์โควิด-19?

 

1. กลุ่มเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ แบ่งอย่างไร?

    จากสถานการณ์การเเพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เเพร่กระจายอย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่  ทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัยในการปฏิบัติตัวกรณีที่ตนเองกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงผู้ติดเชื้อโควิด เนื่องจากมีประวัติการเดินทางหรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อโควิด ทั้งนี้ ความเสี่ยงของผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย สามารถแบ่งความเสี่ยงติดเชื้อโควิดได้ 3 ระดับดังนี้

1. กลุ่มผู้สัมผัสความเสี่ยงสูง คือ ผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยหรือผู้ที่ไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัย และมีการพูดคุยกับผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิดในระยะอย่างน้อย 1 เมตรเป็นเวลานานมากกว่า 5 นาทีขึ้นไป รวมถึงมีประวัติการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อโควิด เช่น อาศัยอยู่บ้านหรือในบริเวณเดียวกัน ใช้สิ่งของร่วมกัน หรือใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะร่วมกันในระยะห่างไม่เกิน 2 แถวที่นั่ง โดยผู้สัมผัสในกลุ่มความเสี่ยงสูงนี้ ต้องกักกันตัวเองอย่างน้อย 14 วันเพื่อสังเกตอาการ หรือเข้ารับการสังเกตอาการในสถานกักกันโรคที่รัฐกำหนด พร้อมกับเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากการตรวจทางห้องปฏิบัติการทันทีในกรณีที่มีอาการบ่งชี้การติดเชื้อโควิด เช่น ไอ, มีน้ำมูก หรือมีอาการเจ็บคอ เป็นต้น

2. กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ คือ ผู้ใกล้ชิดผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่มีพฤติกรรมการสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาแม้จะอยู่ใกล้ชิดกับกลุ่มผู้ป่วย หรือกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง โดยผู้สัมผัสกลุ่มความเสี่ยงต่ำจะยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด เเละควรหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดหรือที่ชุมชน รวมถึงอาจพิจารณากักตัวเองอย่างน้อย 14 วัน เพื่อสังเกตอาการ โดยหากมีอาการผิดปกติให้พบเเพทย์หรือติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอรับคำแนะนำในการเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิดจากห้องปฏิบัติการ หรือเข้ารับการรักษาโดยทันที

3. กลุ่มผู้ที่ไม่มีความเสี่ยง คือ ผู้ใกล้ชิดผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องกักตัวเพื่อสังเกตอาการแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยเช่นกัน

กลับสู่สารบัญบทความ

 

2. อาการแบบไหนต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19?

พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร แพทย์อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลเอกชัย จังหวัดสมุทรสาครได้ให้ข้อสังเกตอาการโควิด-19 ในการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ไว้โดยระบุว่า

อาการจะเริ่มแสดงชัดเจนขึ้นหลังจากติดเชื้อ 2-3 วัน โดยในระหว่างวันที่ 3-4  จะเริ่มมีไข้สูง 38.54-39.0 องศาเซลเซียส โดยในระยะแรกจะมีอาการปวดเมื่อยเป็นหลัก เช่น ปวดเมื่อยตามตัว หากมีอาการปวดหนักจะมีลักษณะคล้ายกับปวดกระดูกเป็นพักๆ อาจมีไข้ต่ำร่วมกับอาการเจ็บคอเล็กน้อย ในผู้ติดเชื้อบางรายอาจมีอาการเกี่ยวกับท้องร่วมด้วย เช่น จุกเสียด ท้องอืด ท้องผูก โดยมักจะมีอาการท้องเสียแสดงขึ้นมาก่อน ในขณะที่จะไม่มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอจาม เจ็บคอมากเท่ากับการเป็นไข้หวัดธรรมดา อีกทั้งยังสามารถรับรสและรับกลิ่นได้ รวมถึงอาจมีอาการไอ หอบเหนื่อย หายใจลำบากร่วมด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้น นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้เเถลงเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบ่งชี้ร่วมกันของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อ โดยอาการบ่งชี้สำคัญที่มีร่วมกันคือ ตาแดง, น้ำมูกไหล, ไม่มีไข้, มีผื่นขึ้น

อย่างไรก็ตาม อาการจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดิมในการระบาดช่วงก่อนหน้า จะสังเกตได้จากอาการที่คล้ายกับอาการในกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โดยจะมีอาการตั้งแต่ความรุนแรงน้อย เช่น คัดจมูก เจ็บคอ ไอ และมีไข้ ในขณะที่ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมาก จะมีอาการปอดบวมหรือหายใจลำบากร่วมด้วยโดยอาการสำคัญที่พบบ่อยมากที่สุด คือ มีไข้สูงติดต่อกัน 48 ชั่วโมง, ไอแห้ง, ไม่มีเรี่ยวแรง หอบเหนื่อย, ไอมีเสมหะ, หายใจลำบาก, เจ็บคอ, ปวดหัว, จมูกไม่ได้กลิ่น, ลิ้นไม่รับรส เป็นต้น

อาการบ่งชี้ว่าอาจติดเชื้อโควิด-19 มีรายละเอียดดังนี้

    1. อาการไข้สูงติดต่อกัน 48 ชั่วโมง มีไข้ต่ำ หรืออาจไม่มีไข้
    2. อาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัว คล้ายปวดกระดูก
    3. อาการเกี่ยวกับท้องร่วมด้วย เช่น จุกเสียด, ท้องอืด, ท้องผูก หรืออาการท้องเสีย
    4. อาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอจาม เจ็บคอไม่มากเท่ากับการเป็นไข้หวัดธรรมดา
    5. สามารถรับรสและรับกลิ่นได้อยู่บ้าง หรือไม่ได้เลย
    6. อาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย เช่น ไอแห้ง หรือไอมีเสมหะ, หอบเหนื่อย, ปอดบวม หรือหายใจลำบาก
    7. ตาแดง
    8. น้ำมูกไหล
    9. มีผื่นขึ้น

กลับสู่สารบัญบทความ

 


3. ไม่มีอาการ แต่สงสัยว่าติดโควิดไหม ต้องทำอย่างไร?

ผู้ที่ยังไม่มีอาการแสดงหรือบ่งชี้ว่าติดเชื้อโควิด หรือสงสัยว่าตนเองจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ สามารถทำแบบประเมินความเสี่ยงโควิด-19 ผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเองโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้นก่อนเดินทางเข้ารับการตรวจรักษาโควิด-19

สามารถเลือกทำได้จากแบบประเมินความเสี่ยงโควิด-19 ของกรุงเทพมหานคร หรือ แบบประเมินความเสี่ยงก่อนมาโรงพยาบาลต่อการติดเชื้อ COVID-19 โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งการทำแบบประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเองเบื้องต้น จะช่วยคัดกรองความรุนแรงและความเสี่ยงเบื้องต้นในการเข้ารับการรักษา รวมถึงช่วยลดความแออัดหนาแน่นในการเข้ารับบริการอีกด้วย

หากเป็นผู้มีความเสี่ยงต่ำที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงหรือมีประวัติใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 สามารถกักตัวเอง 14 วันเพื่อเฝ้าระวังสังเกตอาการตนเอง หรือขอรับคำปรึกษาเกี่ยวกับอาการติดเชื้อโควิด-19 หรือแนวทางการปฏิบัติตัวในระหว่างการกักตัวได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422  หรือที่ Line Official “Covid-19 ป้องกันได้”

 

แบบประเมินความเสี่ยงก่อนเข้ารับการตรวจโควิด มีรายละเอียดดังนี้

1. แบบประเมินความเสี่ยงโควิด-19 ของกรุงเทพมหานคร
2. แบบประเมินความเสี่ยงก่อนมาโรงพยาบาลต่อการติดเชื้อ COVID-19 โรงพยาบาลราชวิถี 

กลับสู่สารบัญบทความ

 

4. เป็นผู้ป่วยโควิด-19 แต่หาเตียงไม่ได้ ทำอย่างไร?

เมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว โรงพยาบาลที่ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจเชื้อโควิด-19 เป็นที่แรกต้องรับผู้ป่วยเข้ารักษาในโรงพยาบาลทันที หากโรงพยาบาลเเรกรับไม่สามารถรับผู้ป่วยเข้ารักษาได้เนื่องจากไม่มีเตียงรองรับ ต้องประสานงานภายในเครือข่ายหรือส่งต่อระหว่างเครือข่ายเพื่อให้ผู้ป่วยทุกรายได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 สามารถติดต่อไปยังสายด่วนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) 1330 หรือสายด่วนกรมการแพทย์ 1668 เพื่อสอบถามข้อมูลและขอรับคำแนะนำในกรณีที่โรงพยาบาลแรกรับไม่มีเตียงรองรับได้

กลับสู่สารบัญบทความ

 


5. กักตัว 14 วัน ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร?

กรณีที่เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่ได้สัมผัสกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยตรง สามารถกักตัวเองเพื่อสังเกตอาการภายใน 14 วัน โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้ประชาสัมพันธ์แนวทางการปฏิบัติตัวในระหว่างการกักตัวเพื่อสังเกตอาการ ณ ที่พักอาศัยเพื่อให้ผู้ที่กักตัวเองสามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง ดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ป่วยและผู้สูงอายุ
2. หยุดเรียนหรือทำงาน รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ
3. ปิดปากและจมูกด้วยกระดาษทิชชู่ทุกครั้งที่ไอ จาม หากไม่มีกระดาษทิชชู่ ให้ใช้ต้นแขนด้านในหรือข้อศอกตัวเองแทน สิ่งสำคัญคือห้ามไอจามใส่ฝ่ามือตัวเอง
4. ห้ามทานอาหารและใช้ภาชนะร่วมกับผู้อื่น รวมถึงควรแยกของใช้ส่วนตัว ไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว หมอน ผ้าห่ม แก้วน้ำ เป็นต้น
5. สวมหน้ากากอนามัยและอยู่ห่างจากผู้อื่น 1-2 เมตร
6. แยกห้องนอน
7. ทำความสะอาดที่พักและของใช้
8. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
9. ทิ้งหน้ากากอนามัยหรือกระดาษทิชชู่ที่ใช้แล้วให้ถูกวิธี โดยทิ้งในถุงพลาสติก ปิดถุงให้สนิท มิดชิดก่อนทิ้งลงถังขยะที่ปิดมิดชิดและล้างมือด้วยสบู่และน้ำ นานประมาณ 15-20 วินาที หรือแอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไปทันที

นอกจากนั้นแล้ว นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวในช่วงการกักตัวเพื่อสังเกตอาการในระยะเวลา 14 วัน เพิ่มเติมว่า นอกจากการกักตัวเองอย่างน้อยเป็นระยะเวลา 14 วันเเล้ว การวัดและบันทึกอุณหภูมิของร่างกายเป็นประจำทุกวันเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำด้วยเช่นกันในระหว่างการกักกันตัวเอง หากมีอาการผิดปกติใดๆ ควรพบแพทย์หรือติดต่อสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 ทันที

กลับสู่สารบัญบทความ

 

6. ดูแลตัวเองอย่างไรในสถานการณ์โควิด-19?

      นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยเเพร่แนวทางการปฏิบัติตัวในสถานการณ์การเเพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีรายละเอียดดังนี้

1. D - Distancing เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่แออัด
2. M - Mask Wearing สวมใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา
3. H - Hand Washing ล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลล้างมือแอลกอฮอลล์อย่างทั่วถึง
4. T - Testing ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายสม่ำเสมอเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19
5. T - Thaichana ติดตั้งและใช้แอปฯ ไทยชนะเพื่อติดตามการแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงติดโรค

    นอกจากนั้นแล้ว กรมสุขภาพจิต ได้เผยแพร่ข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพจิตของประชาชนที่สอดคล้องกับคำแนะนำจากองค์การอนามัยโลก เพื่อช่วยให้ทุกคนร่วมกันก้าวผ่านสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน ด้วยหลัก  5 ร. คือ 1) รู้อารมณ์, 2) รับสื่ออย่างมีสติ, 3) รักษาสุขภาพ, 4) รีบปรึกษาถ้ากังวลใจ และ 5) ระมัดระวังไม่แสดงท่าทีรังเกียจผู้ป่วยโควิด

กลับสู่สารบัญบทความ

 

แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในการระบาดรอบใหม่จะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างก้าวกระโดด ไปพร้อมๆ กับการสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วทุกพื้นที่ การมีข้อมูลที่ถูกต้อง เเละมีสติ ไม่วิตกจริตเกินควรจะช่วยให้พร้อมรับมือกับทุกความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 ที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมถึงเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาให้แก่กลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูงก่อนได้อีกด้วย เพิ่มความอุ่นใจยิ่งขึ้นได้ด้วยประกันภัยโควิด 2 in 1 (เจอ จ่าย จบ รวมแพ้วัคซีน) เบี้ยเริ่มต้น เพียง 329 บาท หากพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา รับเงินชดเชยสูงสุด 50,000 บาท ทันที! หรือหากฉีดวัคซีนโควิดแล้วเกิดอาการแพ้ การคุ้มครองจะครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทั้งกรณีผู้ป่วยใน (IPD) ผู้ป่วยนอก (OPD) อาการโคม่า ค่าชดเชยรายวัน และค่าปลอบขวัญ รวมคุ้มครองสูงสุดถึง 645,000 บาท
(เปิดขายผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน SMK aLL เท่านั้น)
ซื้อประกันโควิด คลิก www.smk.co.th

สินมั่นคงประกันสุขภาพ ..เราประกัน คุณมั่นใจ..

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

- 9 ขั้นตอน ซื้อ “ประกันโควิด-19” กับสินมั่นคงประกันภัยง่ายๆ ผ่านมือถือ

- 3 ผลิตภัณฑ์ประกันโควิดจากสินมั่นคง ต่างกันอย่างไร ? แบบไหนควรซื้อให้ใคร ?

- ประกันสุขภาพ : โควิดระลอกใหม่ก็ไม่หวั่น ด้วยประกัน Covid 3 in 1

- ประกันโควิด : ไขข้อข้องใจ...20 คำถามกับ “ประกันโควิด” จากสินมั่นคง