ข่าวสารและบทความ

ประกันรถยนต์ : บล็อกเชนคืออะไร มีจุดแข็งอย่างไร นำไปประยุกต์ใช้กับอะไรได้บ้าง

ประกันรถยนต์ : บล็อกเชนคืออะไร มีจุดแข็งอย่างไร นำไปประยุกต์ใช้กับอะไรได้บ้าง

 

นโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทของรัฐบาล นับเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทยกับการใช้เงินดิจิทัลที่ไม่ใช่เพียงแค่การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ( เงินดิจิทัลคืออะไร ? ใช้อย่างไร ? ) แต่เป็นการนำระบบบล็อกเชนเข้ามาควบคุมความปลอดภัยให้กับมูลค่าเงินในระบบ แล้วระบบบล็อกเชนคืออะไร มีจุดแข็งอย่างไร สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอะไรได้บ้าง สินมั่นคง ประกันรถยนต์ มีข้อมูลมาฝากค่ะ

 

 

บล็อกเชน คืออะไร?

บล็อกเชน (Blockchain) คือ เทคโนโลยีเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ที่บันทึกธุรกรรมแบบ Peer-to-Peer ทั้งหมด ผู้เข้าร่วมยืนยันธุรกรรมได้โดยไม่ต้องมีตัวกลาง ทำให้การทำธุรกรรมง่ายขึ้น ไม่ว่าจะโอนเงิน ยืนยันการซื้อขาย ลงมติ และจัดการปัญหาต่างๆ 

บล็อกเชน เปรียบเหมือนกับสื่อกลางที่เอาไว้ใช้ดำเนินธุรกรรมทุกอย่างในโลก Cryptocurrency โดยเริ่มต้นจากการสร้างชุดเก็บข้อมูลที่เรียกว่า (Block) แล้วส่งไปเรียงต่อกันเรื่อย ๆ ในลักษณะคล้ายโซ่คล้องกัน เรียกว่า (Chain) ต่อมาข้อมูลจะได้รับการเข้ารหัสพร้อมระบุว่า ถูกจัดเก็บเมื่อใด หรือมีการเปลี่ยนแปลงอะไรไหม จากนั้น ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งไปยังคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่ายบล็อกเชนทุกเครื่อง 

เทคโนโลยีนี้ ประกอบไปด้วย 3 อย่าง ได้แก่ ข้อมูล, Hash และ Hash ของบล็อกก่อนหน้านั้นในเชน โดยแฮช หรือ Hash คือ รหัสความปลอดภัยที่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเมื่อมีการเพิ่มข้อมูลใหม่เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยแฮชจะเก็บบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นใน “บล็อกเชน” 

 

 

จุดแข็งของระบบ Blockchain (บล็อกเชน)

เนื่องจากการทำงานของระบบบล็อกเชน จะบันทึกข้อมูลเป็นชุด ๆ ต่อเนื่องกันเป็นกล่อง ๆ (Block) เรียงต่อกันเหมือนกับโซ่ (Chain) ทำให้เป็นที่มาของคำว่า บล็อกเชน โดยหลักการของการยืนยันในการทำธุรกรรมจะให้ทุกคนในเครือข่ายเป็นผู้ยืนยันธุรกรรมนั้น ผู้ที่เข้ามายืนยันจะได้รับ “ค่าธรรมเนียม” เป็นผลตอบแทนไป ซึ่งผู้ที่ยืนยันการทำธุรกรรมเหมือนกับคนที่เข้ามายกมือบอกว่ามีการทำธุรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ๆ 

ถ้าหากต้องการเปลี่ยนแปลงหรือปลอมแปลงการบันทึกข้อมูลบนบล็อกเชนจำเป็นต้องจะเปลี่ยนแปลงข้อมูลบนเครื่องของทุกคนที่เข้ามายืนยันให้กับธุรกรรมหรือข้อมูลบน Block นั้น ๆ พร้อมกัน จึงสามารถทำได้ เหมือนกับเราจะต้องวิ่งล้อบบี้ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว แล้วบังคับให้พูดหรือเห็นในสิ่งที่เราต้องการให้เป็นแบบนั้นพร้อมกันแทน

ในทางทฤษฎีเป็นไปได้ยากมาก และในทางปฏิบัติ ณ ปัจจุบันยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบันทึกซ้ำ เปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือ Hack ระบบของบล็อกเชนนั้น ๆ และถ้าเครือข่ายบล็อกเชนนั้นถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย ยิ่งมีคนเข้ามาเป็นผู้ยืนยันธุรกรรมยิ่งมากเท่าไหร่ก็จะยิ่ง Hack ได้ยากมากขึ้นเท่านั้น 

 

 

การประยุกต์ใช้ระบบบล็อกเชน 

    1. ด้านการเงินและการธนาคาร
เนื่องจากจุดเด่นของการเก็บข้อมูลแบบบล็อกเชน คือ เรื่องความโปร่งใสและปลอดภัย ทำให้ตรงจริตกับอุตสาหกรรมการเงิน จึงเป็นที่มาของเทคโนโลยีที่ชื่อ คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ที่จะส่งผ่านเงินกันด้วย ระบบบล็อกเชน เป็นหลัก หรืออย่าง Bitcoin เองก็ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นระบบเบื้องหลังในการแลกเปลี่ยน โอนเหรียญให้กันด้วยเช่นกัน

    2. ด้านสุขภาพ
เวลาไปตรวจสุขภาพตามโรงพยาบาลต่างๆ จะพบว่า ข้อมูลส่วนบุคคลกลับเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงพยาบาล เวลาจะใช้งานต้องไปขออนุญาตใช้งานจากโรงพยาบาลที่ไปตรวจ จึงสามารถใช้บล็อกเชนในการเก็บและค้นหาได้ง่ายมาก หรือหากเปลี่ยนโรงพยาบาลก็สามารถเรียกดูข้อมูลได้จากทุกที่ทั่วโลก 

    3. ด้านขนส่งและคลังสินค้า
ปัญหาของการขนส่ง คือ ปัญหาของเน่าเสียหรือสินค้าสูญหายระหว่างทาง การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน จะเข้ามาช่วยในการเก็บข้อมูลและทำให้รู้ได้ในทันทีว่าสินค้าอยู่ตรงไหน ถูกผลิตวันไหน หมดอายุเมื่อไหร่ ป้องกันการสูญเสียของสินค้าแบบไม่มีสาเหตุได้มากยิ่งขึ้น

    4. ด้านการสัมภาษณ์และสมัครงาน
ปัญหาของการสัมภาษณ์งานและรับสมัครงานคือ ความไม่โปร่งใสของข้อมูล ว่าผู้สมัครจบการศึกษาจากที่ไหนเกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ ทำงานที่ไหนมาบ้าง ปัญหาจะหมดไปหากมีการเก็บข้อมูลด้วยบล็อกเชน ผู้สัมภาษณ์สามารถเรียกดูข้อมูลได้ทุกที่แบบ Realtime และยังช่วยลดเวลาและต้นทุนในการตรวจสอบข้อมูลของผู้สมัครด้วยเช่นกัน

 

 

ความปลอดภัย “เงินดิจิทัล 10,000” ผ่านบล็อกเชน

สกุลเงินดิจิทัล เป็นสกุลเงินที่ถูกออกแบบมาโดยไม่มีตัวกลาง และออกแบบโดยระบบบล็อกเชนที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง เสี่ยงต่อการถูกแฮกข้อมูลได้ยาก และเพราะสกุลเงินดิจิทัล ไม่มีตัวกลาง ทำให้การชำระเงิน รวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ เช่น โอนเงินออนไลน์ หรือการซื้อสินค้าออนไลน์ ก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วแบบ 24 ชั่วโมง ในอัตราค่าธรรมเนียมต่ำ อีกทั้งระบบบล็อกเชน ยังเป็นระบบที่มีความปลอดภัย และมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ

ดังนั้น การใช้งาน “เงินดิจิทัล 10,000” ที่ออกแบบโดยธนาคารกลางด้วยระบบบล็อกเชน จึงมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง นับเป็นการพัฒนาสำคัญที่ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้สกุลเงินดิจิทัล แม้ว่าในโลกจะมีสกุลเงินดิจิทัลที่นิยมใช้มากอยู่ อย่างบิตคอยน์ แต่ถ้าหาก “กระเป๋าเงินดิจิทัล” สามารถใช้สกุลเงินดิจิทัลที่ออกแบบเอง ก็จะทำให้การทำธุรกรรมต่างๆ ภายในประเทศเป็นแบบที่ไร้ขีดจำกัดมากขึ้น

 

 

เรียกได้ว่า เป็นนวัตกรรมที่เข้ามาตอบโจทย์คนยุคใหม่ ในเรื่องความง่ายและรวดเร็วในการทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์เพียงไม่กี่วินาที แม้จะไม่มีธนาคารตัวกลาง แต่ยังคงความปลอดภัย และไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมจำนวนมาก ช่วยให้คุณจ่ายสบายด้วยเบี้ยเบา ๆ บรรเทาภาระในยามวิกฤต กับ ประกันรถยนต์ตามเวลา เลือกได้ตามใจ ให้ความคุ้มครอง 3, 6, 12 เดือน ช่วยให้คุณอุ่นใจได้ทุกครั้งที่ออกเดินทาง สามารถแบ่งซื้อครั้งละ 3 หรือ 6 เดือนได้ ไม่ต้องจ่ายเป็นเงินก้อน เมื่อครบกำหนด คลิกเลือกต่อประกันและชำระเงินออนไลน์ รับกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัย
สนใจรายละเอียด คลิก www.smk.co.th/productmotordetail/1020 หรือ โทร. 1596 ตลอด 24 ชั่วโมง  Line : smkinsurance
และสามารถติดตามเนื้อหาสาระดีๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://smkinsurance.blogspot.com