ข่าวสารและบทความ

ประกันรถยนต์ : ลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้าเหลือ 0% 1 ม.ค. นี้ แก้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5

ประกันรถยนต์ : ลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้าเหลือ 0% 1 ม.ค. นี้ แก้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5

 

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ของประเทศไทยทุกวันนี้ยังคงมีข่าวคราวให้เห็นกันอยู่ตลอดในทุกสัปดาห์ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่เข้าสู่ฤดูหนาว ทำให้ไม่มีกระแสลมพัดพาฝุ่นให้กระจายตัวออกจากพื้นที่ อีกทั้งปัญหาการจราจรติดขัดในเขตเมืองที่แออัด ก็ยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้มลพิษจากรถยนต์ถูกปล่อยสู่อากาศมากขึ้นกว่าปกติ


ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนต่างร่วมใจกันให้ความร่วมมือเพื่อบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และหนึ่งในมาตรการที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาคือ การสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ รถยนต์ EV ที่เป็นพลังงานสะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สินมั่นคง ประกันรถยนต์ มีความคืบหน้าของนโยบายสนับสนุนรถยนต์ EV ของบ้านเรามาฝากกัน

 


เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ถึงการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่ คือการพัฒนาไปตามทิศทางของโลก ด้วยการสนับสนุนการผลิตและคิดค้นนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าซึ่งในปัจจุบันพบว่า แบตเตอรี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีราคาสูง อายุการใช้งานต่ำ ทำให้ภาครัฐต้องเร่งสนับสนุนให้เกิดพัฒนาต่อไปมากยิ่งขึ้น 

 

 

ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีการส่งเสริมการพัฒนารถยนต์ EV โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์ และชิ้นส่วนประกอบของรถยนต์ไฟฟ้า โดยกำหนดรูปแบบการส่งเสริมออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้า (ไฮบริด หรือ HEV) รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก (ปลั๊ก-อิน ไฮบริด หรือ PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) โดยให้การสนับสนุนด้านภาษีสรรพสามิตในอัตรา 50% สำหรับสองแบบแรก และอัตรา 2% สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่


ล่าสุด คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้ปรับลดภาษีสรรพสามิต สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Powered Vehicle) ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนให้มีอัตราภาษีพิเศษ โดยปรับลดอัตราภาษีที่ปัจจุบันเก็บอยู่ 2% ให้ลดลงเหลือ 0% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 - 31 ธันวาคม 2565 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 3 ปี และหลังจากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 - 31 ธันวาคม 2568 จะให้ใช้อัตราภาษีที่ 2% และรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตหลังปี 2568 ให้ใช้อัตราภาษีที่ 8% ตามเดิม นอกจากนี้ ยังเห็นชอบมาตรการปรับลดอัตราภาษีรถยนต์กระบะและรถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab) เพื่อยกระดับมาตรฐานการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล จากมาตรฐานยูโร 4 (PM ไม่เกิน 0.025) ในปัจจุบันให้เป็นมาตรฐานยูโร 5 (PM ไม่เกิน 0.005) ให้เร็วยิ่งขึ้น

 

 

ทั้ง 2 มาตรการนี้ คาดว่า จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถยนต์ ให้ความสำคัญกับการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อลดการปล่อยมลพิษของรถยนต์ให้มีประสิทธิภาพในการลดฝุ่น PM 2.5 ตามมาตรฐานยูโร 5 ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และจะลดค่าเฉลี่ยของการปล่อยฝุ่น PM 2.5 ต่อคันลงได้ 5 เท่า จนเหลือเพียง 100 กรัม/คัน/ปี ส่งผลให้สามารถลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ได้ถึง 76 ล้านกรัม/ปี ช่วยลดผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน และค่าใช้จ่ายของภาครัฐสำหรับค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย


คงต้องรอดูกันต่อไปว่า มาตรการสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่จะช่วยลดปัญหาสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ สินมั่นคงประกันภัยพร้อมมอบความคุ้มครองให้คุณ ด้วยประกันภัยรถยนต์คนดีฯ ประกันรถยนต์คนดีฯ ..โปรไฟล์ยิ่งดี เบี้ยยิ่งถูก.. ประกันชั้น 1 ซ่อมอู่ เบี้ยประกันสอดคล้องกับข้อมูลผู้ซื้อประกัน สนใจรายละเอียด คลิก www.smk.co.th/premotor.aspx หรือ โทร.1596 ตลอด 24 ชม.
สินมั่นคงประกันภัย ...ประกันรถ ประกันเวลา…

";