ข่าวสารและบทความ

ประกันรถยนต์ : เรื่องจริงเกี่ยวกับการเติมน้ำมันที่ถูกต้อง

ประกันรถยนต์ : เรื่องจริงเกี่ยวกับการเติมน้ำมันที่ถูกต้อง

ทุกวันนี้เราใช้รถยนต์ในชีวิตประจำวันกันเกือบทุกวัน ซึ่งที่จำเป็นต้องทำเป็นประจำก็คือ การเติมน้ำมัน เพื่อทำให้ รถยนต์เคลื่อนที่ไปยังจุดหมายปลายทาง การเติมน้ำมันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน สินมั่นคงประกันภัย ประกันรถยนต์ จึงได้รวบรวมข้อมูลที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง มาให้ได้อ่านกันเพื่อจะได้ปฎิบัติได้ถูกต้อง

 

- เติมน้ำมันช่วงเช้าจะช่วยประหยัด คุ้มค่า และได้ปริมาณน้ำมันมากกว่า นั้นไม่เป็นความจริง มาจากทฤษฎีที่ว่าน้ำมันขยายตัวเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ดังนั้นหากอุณหภูมิต่ำลงในช่วงเช้า ก็อาจแปลว่าเราจะได้น้ำมันในถังเพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงเวลาอื่นๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วน้ำมันถูกกักเก็บอยู่ในถังที่ฝังอยู่ใต้ดิน ดังนั้นการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอุณหภูมิในแต่ช่วงเวลาของวันไม่อาจส่งผลต่อปริมาณความหนาแน่นของน้ำมัน ทีนี้คุณจะเติมน้ำมันเวลาไหนก็ไม่สำคัญแล้ว

 

ปล่อยให้น้ำมันในถังเหลือน้อยจะส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ ก็เป็นความเชื่อที่ผิดของคนส่วนใหญ่ ที่มักคิดว่าหากขับรถโดยมีไอระเหยจากบริเวณที่ว่างในถังน้ำมัน เครื่องยนต์จะสูบเอา ‘ขยะ’ และตะกอนน้ำมันจากด้านล่างของถัง แต่ความจริงก็คือ ถังน้ำมันได้รับการออกแบบให้จ่ายน้ำมันสู่ท่อจ่ายจากด้านล่างซึ่งเป็นบริเวณที่บรรจุน้ำมัน นั่นก็คือท่อจ่ายจะสามารถดึงน้ำมันออกมาได้ตลอดเวลานั่นเอง

 

- เติมน้ำมันระดับสูงสุดเพราะจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดระเบิดในถังน้ำมันได้ ไม่เป็นเรื่องจริง เนื่องจากถังน้ำมัน สามารถรับแรงดัน และทนต่ออุณหภูมิสูงได้ อย่างปลอดภัย ไม่มีการระเบิด แน่นอน ถังน้ำมันถูกออกแบบมารับแรงดันภายในอย่างสบาย ตัวถังน้ำมัน รองรับอุณหภูมิสูงๆ การผลิตรถทำแบบระบบปิด ไม่มีการรั่วไหล แน่นหนา ไม่มีการเล็ดลอดออกมาได้ ยกเว้นรถที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งมีความปลอดภัย แม้อุณหภูมิภายนอกตัวรถจะสูงถึง 40-50 องศาเซลเซียส นอกจากนี้จุดติดไฟเองของน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลต้องสูงกว่า 250 องศาเซลเซียส ดังนั้นการเติมน้ำมันเต็มถังจึงไม่ทำให้เกิดการระเบิดขึ้น

 

เติมน้ำมันเต็มถัง เราขาดทุน เพราะน้ำมันจะค้างสาย เป็นความเข้าใจผิด เพราะจะเติมเต็มถัง หรือแค่ครึ่งถัง ปริมาณน้ำมันที่ได้ก็เท่ากับตัวเลขที่แสดงบนหน้าปัดตู้จ่ายเสมอ น้ำมันไม่สามารถไหลย้อนกลับได้ เพราะถ้าสังเกตที่ปลายหัวจ่ายน้ำมัน จะมีรูเล็กๆ อยู่ล่างสุด รูที่ว่านี้ คือ “เซนเซอร์” เอาไว้สั่งตัดการจ่ายน้ำมันจากตู้จ่าย เมื่อปริมาณน้ำมันในถังล้นมาถึง ดังนั้น ตู้จ่ายจะคิดเงินก็ต่อเมื่อ มีการจ่ายน้ำมันออกจากหัวจ่ายเท่านั้น น้ำมันที่ออกมาจากตู้จ่าย และค้างอยู่ในสาย จะยังไม่ถูกคิดเงิน ทุกลิตรที่จ่ายออกไป ถูกควบคุม และตรวจสอบจากกรมการค้าภายในอยู่ตลอดอยู่แล้ว จะเติมเต็มถัง หรือแค่ครึ่งถัง ก็ได้ปริมาณน้ำมันเท่ากับตัวเลขบนหน้าปัดตู้จ่ายอย่างแน่นอน

 

การดับเครื่องยนต์ขณะเติมน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นเรื่องที่ต้องปฎิบัติอย่างเคร่งครัด เนื่องจากขณะที่เติมน้ำมันอยู่ ไอน้ำมันที่ลอยคลุ้งอยู่บริเวณนั้น เกิดลอยไปปะทะกับประกายไฟจากระบบไฟจุดระเบิดที่รั่ว ไฟก็จะลุกไหม้จนเกิดแรงระเบิดทันที หรือหากหัวเติมน้ำมันหลุดออกจากปากถังซึ่งพบกันบ่อยมาก แล้วน้ำมันถูกฉีดสาดไปโดนกับส่วนที่มีความร้อนสูงๆ เช่น บริเวณท่อไอเสีย หรือ ในห้องเครื่องยนต์ ไฟก็จะลุกไหม้ง่ายขึ้น การดับเครื่องยนต์ยังเป็นการป้องกันความเสียหาย กรณีพนักงานปั๊มเติมน้ำมันผิดชนิดให้อีกด้วย

 

เพิ่มความคุ้มครองให้กับรถยนต์ของท่าน ..เลือกสินมั่นคงประกันภัย..ประกันรถ ประกันเวลา..วางใจทำประกันรถยนต์กับเรา ด้วยเบี้ยที่ไม่แพง พร้อมบริการที่สะดวก รวดเร็ว โทร1596 หรือ www.smk.co.th

 ที่มา : today.line.me 

Photo source : freepik.com

";