ข่าวสารและบทความ

ประกันรถยนต์ : เสียงที่ดังขณะขับรถบอกอะไร

ประกันรถยนต์  :  เสียงที่ดังขณะขับรถบอกอะไร

 เสียงที่เกิดขึ้นขณะขับรถยนต์จากส่วนต่างๆ เราควรหมั่นสังเกตตรวจเช็คเพราะอาจเป็นเสียงที่บอกถึงการทำงานของระบบในรถยนต์ที่เริ่มมีปัญหา ทั้งจากการใช้งานหรือจากอายุของรถที่เพิ่มมาก ทำให้เกิดเสียงแปลกขึ้นในขณะที่รถเคลื่อนที่ สินมั่นคง ประกันรถยนต์ มีข้อสังเกตมาบอกกันดังนี้

 

เสียงที่อาจบอกว่าเครื่องยนต์มีปัญหา

 

1. เสียงจากยางรถยนต์ มักจะเกิดเสียงเมื่อขับรถไปถึงช่วงความเร็วหนึ่ง สาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงอาจเป็นเพราะ ยางเริ่มเสื่อมสภาพ ให้ลองเช็คดูก่อนว่า ยางบวม ดอกยางกินไม่เท่ากัน กินข้างใดข้างหนึ่ง กินเป็นบั้งหรือไม่ หากพบเจอตามอาการที่กล่าวมา ก็ควรจะเปลี่ยนเป็นยางเส้นใหม่ นอกจากนี้ให้ตรวจเช็คดูช่วงล่างด้วย เพราะเหตุที่ทำให้ยางเป็นแบบนั้น แสดงว่าช่วงล่างรถยนต์ของคุณเริ่มมีปัญหาแล้ว

 

2. เสียงดังเอี๊ยดอ๊าด หรือครืดๆ ขณะเบรก ไม่ว่าจะเบรกแรงหรือเบา ก็มักจะได้ยินเสียงแบบนี้ ให้ตรวจเช็คดูที่ผ้าเบรกก่อนเป็นอันดับแรก เพราะผ้าเบรกอาจหมด นอกจากนี้ควรตรวจเช็คระบบเบรกทั้งหมด เผื่อจานเบรกเป็นรอย หรือชิ้นส่วนอื่นๆ เสียหายด้วย

 

3. เสียงจากลูกปืนล้อรถยนต์ ยิ่งวิ่งเสียงยิ่งดัง หากปล่อยไว้นานๆ เสียงจะดัง ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งลูกปืนแตกจะทำให้ไม่สามารถขับไปได้อาจต้องใช้รถลากเข้าอู่ ดังนั้นหากเริ่มได้ยินเสียงควรจะรีบนำรถไปตรวจเช็คดีกว่า

 

4. เสียงดังจากล้อรถขณะเลี้ยว ให้ตรวจเช็คดูช่วงล่างทั้งหมด ไล่ไปตั้งแต่ แรคพวงมาลัย ลูกหมากปีกนก คันส่งคันชัก ฯลฯ เพราะมันอาจหมดอายุการใช้งาน หรืออาจเป็นเพราะเสียหายจากการใช้งานก็เป็นได้

 

5. เสียงดังตรงช่วงล้อเมื่อขับผ่านลูกระนาดหรือตกหลุม ให้ตรวจดูโช๊คอัพเพราะโช๊คอัพอาจจะไม่สามารถรับแรงกระแทกได้อีกแล้ว อาจอัดน้ำมันเข้าไปใหม่ แต่ถ้าอาการหนัก ก็ควรเปลี่ยนใหม่จะดีกว่า หรืออาจเกิดจากน็อตยึดบนตัวถังเกิดการหลวมก็ได้ ควรให้ศูนย์ตรวจสอบ

 

6. เสียงดังครืดคราดจากใต้ท้องรถ อาจเป็นเพราะท่อไอเสีย หรือเพลากลาง ฯลฯ เกิดจากความเสียหายที่จุดยึด จุดติดตั้งหลุด หรือขาดออกจากกัน

 

7. เสียงดังกึกกักที่คอพวงมาลัย อาการนี้อาจเป็นเพราะลูกปืนคอพวงมาลัยแตก เบื้องต้นอาจดูเหมือนไม่เป็นอะไรมาก แค่มีเสียงดังรบกวน แต่หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาการจะยิ่งแย่ จนถึงขั้นควบคุมพวงมาลัยไม่ได้ และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ด้วย

 

8. เปลี่ยนเกียร์แล้วมีเสียงดัง หากมีอาการแบบนี้ ให้ทำการตรวจเช็คน้ำมันเกียร์ก่อน ว่ามีการเปลี่ยนถ่ายไปแล้วหรือยัง หรือตรวจดูว่ายังมีน้ำมันเกียร์อยู่ในระบบหรือไม่ เพราะมันอาจจะรั่วซึมได้ ให้ทำการซ่อมแซมโดยทันที

 

9. เสียงสตาร์ทรถยาวๆ ปกติเมื่อสตาร์ทรถก็จะติดทันที แต่ถ้าต้องลากยาวกว่าเดิม บางทีก็ติด บางทีก็ไม่ติด อย่างแรกที่ต้องตรวจดูคือแบตเตอรี่ เพราะมันอาจหมดอายุการใช้งานแล้ว แต่ถ้าเพิ่งเปลี่ยนแบตเตอรี่มาใหม่ ส่วนต่อไปที่ต้องเช็คก็คือไดสตาร์ทเพราะถ่านอาจจะหมด หรืออาจเป็นที่ตัวไดสตาร์ทหมดอายุการใช้งานแล้ว

 

9. เสียงดังฟู่ๆ ที่หน้าห้องเครื่อง อาการนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเพราะหม้อน้ำรั่ว หรือฝาหม้อน้ำเสื่อมสภาพ จึงทำให้น้ำในหม้อน้ำหายออกไป อาจถึงขั้นยกเครื่องใหม่หากไม่มีน้ำในระบบเลย วิธีตรวจเช็คให้จอดรถหลังจากขับมาระยะหนึ่ง โดยไม่ต้องดับเครื่อง จากนั้นลองฟังเสียงด้านหน้าห้องเครื่อง หากมีเสียงให้รีบนำรถเข้าอู่ซ่อม หรือเปลี่ยนใหม่ทันที

 

10. สตาร์ทรถแล้วมีเสียงเอี๊ยดๆ ภายในห้องเครื่องส่วนใหญ่เกิดจากสายพาน หรือลูกรอกหมดอายุการใช้งาน เสียหาย หรือเสื่อมสภาพมีเสียงหอนเหมือนกับมาจากยาง แต่จะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น รถไม่ลื่นไหล สะดุดเป็นจังหวะ หรือมีเสียงครืดเป็นจังหวะเพิ่มเติมจากเสียงหอนที่เป็นอยู่แล้ว

 

เพิ่มความคุ้มครองให้กับรถยนต์ของท่าน จากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เลือกสินมั่นคงประกันภัย..ประกันรถ ประกันเวลา..วางใจทำประกันรถยนต์กับเรา ด้วยเบี้ยที่ไม่แพง พร้อมบริการที่สะดวก รวดเร็ว โทร 1596 หรือ www.smk.co.th 

Photo source: pexels.com

";