ข่าวสารและบทความ

ประกันรถยนต์ : สัญญาณไฟเตือนบนหน้าปัดรถยนต์ (ตอนที่1)

ประกันรถยนต์ : สัญญาณไฟเตือนบนหน้าปัดรถยนต์ (ตอนที่1)

หลายคนอาจลืมสังเกตไฟต่างๆบนแผงหน้าปัดรถ หรือ สังเกตแต่ไม่ทราบความหมายของสัญลักษณ์แต่ละตัว หากสตาร์ทรถแล้วไฟไม่ดับ เราควรต้องรู้สัญญาณเตือนต่างๆ เพื่อจะได้ดูแลรักษารถของเราได้ถูกต้อง  สินมั่นคง ประกันรถยนต์ จึงได้รวบรวมข้อมูลมาบอกให้รู้กันดังนี้

 

สัญญาณไฟเตือนบนแผงหน้าปัดเป็นสัญลักษณ์ที่บอกว่าระบบในรถกำลังมีปัญหา เราไม่ควรวางหรือติดอะไรบริเวณแผงหน้าปัดโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะไปบดบังสัญญาณเตือนต่างๆ ทำให้เรามองไม่เห็นจนทำให้เราไม่ทราบว่ารถมีปัญหา เลยไม่ได้แก้ไขจนรถเสียหายมากขึ้นได้

 

ไฟเตือนเครื่องยนต์

ไฟเตือนนี้จะสว่างเป็นเวลา 2-3 วินาที เมื่อสตาร์ทเครื่องแล้วหากไฟเตือนนี้สว่างขึ้นในเวลาอื่น แสดงว่าระบบควบคุมไอเสีย และเครื่องยนต์อาจมีปัญหา หากเกิดระหว่างขับขี่แล้ว ไฟโชว์รูปเครื่องยนต์ติดขึ้นมา 


สิ่งที่ควรทำ

1. ถ้ารถขับได้เร่งเครื่องได้ปกติ ก็ให้สังเกตมาตรวัดอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องความร้อน ถ้าความร้อนปกติ ก็สามารถขับต่อไปได้
2. ไม่ควรใช้ความเร็วและรอบเครื่องยนต์สูงนัก รถบางรุ่นจะตัดเข้าสู่วงจรสำรอง เพื่อป้องกันความเสียหายอันจะทำให้เครื่องยนต์ไม่สามารถใช้รอบได้มาก ส่วนใหญ่จะจำกัดอยู่ที่ราว 1,500-2,000 รอบ/นาที  เพื่อป้องกันความเสียหายอันจะเกิดกับเครื่องยนต์ และเพื่อให้เราสามารถนำรถเข้าศูนย์บริการได้โดยไม่ต้องลาก


สาเหตุ

สาเหตุเป็นได้หลายสาเหตุ อาจเกิดจากสายไฟขาด ECU ไม่สามารถจับสัญญาณได้ ทำให้ไฟโชว์รูปเครื่องยนต์ติดสว่างขึ้น เพื่อเข้าทำการตรวจเช็ค บางระบบไม่ทำให้เครื่องยนต์เกิดความเสียหายในทันที แต่จะเป็นระยะยาว ให้นำรถเข้าศูนย์บริการ เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยเร็ว

 

ไฟเตือนแบตเตอรี่

เมื่อเครื่องยนต์หมุนไดชาร์จ จะทำงาน ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟส่งไปยังแบตเตอรี่ และป้อนไฟฟ้าให้ระบบต่างๆ ตลอดเวลาที่เครื่องยนต์ทำงาน ไฟโชว์ตัวนี้ต้องไม่ติดขึ้นมา แต่ถ้าขณะที่เครื่องยนต์ทำงานแล้วไฟเตือนนี้ติดสว่าง แสดงว่าระบบประจุไฟ หรือระบบชาร์จไฟมีปัญหาแล้ว บอกถึงการทำงานของไดชาร์จมีความผิดปกติ ไม่จ่ายไฟเข้าไปเก็บที่แบตเตอรี่ หรือไม่มีการจ่ายไฟเข้าใช้งานในระบบรถยนต์ หากไฟเตือนนี้สว่างขึ้นต้องรีบตรวจสอบไดชาร์จ


สิ่งที่ควรทำ

1. หาที่ปลอดภัยเพื่อจอดรถ หรือหาอู่ หรือศูนย์ที่ใกล้ที่สุด ไม่ควรเกิน 5 นาที นับจากไฟเตือนติดขึ้นมา 
2. ควรปิดแอร์ วิทยุ หรือระบบไฟฟ้าอื่นๆ ให้หมด เนื่องจากขณะนั้นระบบที่ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดใช้ไฟจากแบตเตอรี่
3. ควรหาที่จอดโดยเร็ว เพราะไม่นานเครื่องยนต์ก็จะดับ

 
สาเหตุ

- สายพานไดชาร์ทอาจหย่อนหรือขาด ไดชาร์จก็จะไม่สามารถทำงานได้
- ฟิวส์ ขาด
- ไดชาร์จเสื่อมสภาพ หรือหมดอายุ เช่น แปรงถ่านหมด ขดลวดไหม้ ไดโอดเสีย ห
- แบตเตอรี่เสื่อม หมดอายุ ไม่เก็บไฟ

 

ไฟเตือนรูปกาน้ำมันเครื่อง 

ไฟนี้จะดับลงเมื่อเครื่องยนต์ติด และไม่ควรสว่างขึ้นระหว่างเครื่องยนต์ทำงาน ถ้าไฟเตือนเริ่มกะพริบแสดงว่าแรงดันน้ำมันเครื่องลดลง และสูงขึ้นเป็นช่วงจังหวะมาจาก ปัญหาเรื่องของน้ำมันเครื่องไม่สามารถหมุนเวียนได้ในระบบ 


สิ่งที่ควรทำ

1. ควรจอดรถและดับเครื่องยนต์ทันที เพราะ น้ำมัน เครื่องในระบบไม่มีการหมุนเวียนแล้ว 
2. ดูมาตรวัดความร้อนน้ำควบคู่กันไปด้วย ว่าปกติหรือไม่ ถ้าขึ้นสูงนิดหน่อย ยังมีเวลาให้เรานำรถเข้าจอดข้างทางได้อย่างปลอดภัย
3. เมื่อจอดรถแล้ว ต้องตรวจดูร่องรอยการรั่วซึมของน้ำมันว่าเกิดขึ้นจุดใด ถ้าหาไม่เจอให้รอสัก 5-10 นาที เพื่อให้น้ำมันเครื่องไหลลงสู่อ่างน้ำมันเครื่องก่อน ถ้าเช็คน้ำมันเครื่องแล้ว พบว่าน้ำมันเครื่องไม่มีอยู่ แสดงว่ารั่วตรงจุดไหนสักแห่ง ถ้าไม่พบร่องรอยการรั่วอาจจะเกิดจากประเก็นฝาสูบแตก ทำให้น้ำมันเครื่องรั่วเข้าห้องเผาไหม้ กรณีนี้ควันจากปลายท่อก็จะขาว หรืออาจจะรั่วเข้าระบบระบายความร้อน ต้องรอให้ เครื่องเย็นแล้วเปิดฝาหม้อน้ำเช็คดูด้วยว่า มีน้ำมันเครื่องรั่วเข้าไปปนหรือไม่ ถ้ามีน้ำในระบบจะกลายเป็นสีกาแฟขุ่นๆ
4. กรณีที่ต้องลากรถไปศูนย์ซ่อม ห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์โดยเด็ดขาด ถ้าน้ำมันเครื่องมีอยู่ต้องตรวจ เช็คต่อไปว่า ทำไมน้ำมันเครื่องถึงไม่มีการหมุนเวียน


สาเหตุ มีได้หลายอย่าง เช่น 

1.  ปั๊มน้ำมันเครื่องเสีย
2.  เซ็นเซอร์แรงดันเสีย
3.  มีการรั่วซึม ที่อ่างน้ำมันเครื่อง

 

ไฟเตือนรูปเทอร์โมมิเตอร์ หรือ มาตรวัดความร้อน

เมื่อความร้อนของเครื่องยนต์ขึ้นสูง แสดงว่าเครื่องยนต์ทำงานบกพร่อง ซึ่งความร้อนที่เกิดขึ้น สามารถสร้างความเสียหายให้กับเครื่องยนต์ได้มาก ในรถรุ่นใหม่ มาตรวัดความร้อนจะแสดงผลเรื่องของอุณหภูมิโดยใช้สัญลักษณ์ไฟโชว์รูปเทอร์โมมิเตอร์แทน ตอนบิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง ON สัญลักษณ์นี้จะติดสว่างขึ้นเป็นไฟสีฟ้า แล้วจะดับไป เมื่อเครื่องติด หรือเมื่อถึงอุณหภูมิใช้งาน ความร้อนเริ่มสูงกว่าปกติ ถึงระดับที่ตั้งไว้ไฟรูปเทอร์โมมิเตอร์จะติดสว่างอีกครั้ง แต่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง เพื่อเตือนว่าความร้อนสูงกว่าปกติ เมื่อไฟเตือนรูปเทอร์โมมิเตอร์ติดขณะขับขี่และเป็นสีแดง 


สิ่งที่ควรทำ

ให้นำรถเข้าจอดข้างทาง

 

สาเหตุ

สาเหตุที่ทำให้ความร้อนขึ้นสูงเป็นได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นท่อยางน้ำรั่ว หม้อน้ำรั่ว พัดลมระบาย ความร้อนไม่ทำงาน ฯลฯ แต่มันไม่ทำให้เกิดความเสียหายมาก ถ้าเราทราบ และดับเครื่องยนต์ได้ทัน หากความร้อนขึ้นสูงเป็นเวลานาน เครื่องยนต์มักจะดับไปเลย ผลที่ตามมาก็คือฝาสูบโก่ง เสื้อสูบบิดเบี้ยว และร้าว

 

ไฟเตือนสัญลักษณ์ ABS หรือรูปเบรก

จะติดสว่างขึ้นเมื่อบิดกุญแจมาตำแหน่ง ON เมื่อเครื่องยนต์ ติดแล้ว ไฟนี้จะดับไป บางครั้งเวลาเบรกแรงๆ ไฟเตือนรูป ABS อาจจะกะพริบโชว์เป็นจังหวะ แบบนี้ไม่ต้องตกใจ เป็นเพราะว่าระบบ ABS ทำงาน เมื่อปล่อยเบรกแล้ว จะดับไปเอง 
แต่ถ้าขับอยู่ดีๆ แล้วไฟ เตือนรูปนี้ติดสว่างขึ้นมา แสดงว่าระบบมีปัญหา  ถ้าเบรกยังทำงานได้ ก็ให้วิ่งประคองไปเรื่อยๆ อย่าใช้ความเร็วสูงนัก เพื่อความปลอดภัย บางครั้งก็เป็นเพราะว่าโคลน หรือความชื้นที่เซ็นเซอร์ ทำให้ค่าที่วัดได้เพี้ยนไปได้

 

ไฟเตือนรูปเครื่องหมายสามเหลี่ยม

พบได้ในเวลาที่เลี้ยวรถแรงๆ แล้วมีไฟเตือนรูปเครื่องหมายสามเหลี่ยม มีเครื่องหมาย ตกใจอยู่ตรงกลางกะพริบ หรืออาจเป็นรูปรถที่มีสัญลักษณ์เหมือนป้ายเตือนรูประวังถนนลื่น กะพริบขึ้นมา แสดงว่าขณะนั้นระบบช่วยการทรงตัวต่างๆ ทำงานอันเนื่องมาจากรถเริ่มเสียการทรงตัว ระบบช่วยการทรงตัว หรือรักษาเสถียรภาพทำงาน เพื่อลดโอกาสเสียการควบคุม เมื่อรถทรงตัวได้ปกติ ไฟจะหยุดกะพริบ กรณีที่ไฟนี้กะพริบไม่หยุด แสดงว่า ระบบมีปัญหา สามารถขับได้ตามปกติ แต่เวลาที่รถเริ่มเสียการทรงตัว ระบบอาจจะไม่ทำงาน ดังนั้นต้องขับด้วยความระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม 

 

ในรถรุ่นแต่ละรุ่นจะแสดงข้อมูลบนหน้าปัดไม่เหมือนกัน ต้องศึกษาคู่มือรถแต่ละรุ่นให้ดีว่าแสดงผลอะไรได้บ้างและมีความหมายอย่างไร เพื่อให้เราดูแลรถเราได้ถูกต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายตามมา

เพิ่มความคุ้มครองให้กับรถยนต์ของท่าน จากเหตุการณ์ไม่คาดคิด
เลือกสินมั่นคงประกันภัย..ประกันรถ ประกันเวลา..วางใจทำประกันรถยนต์กับเรา ด้วยเบี้ยที่ไม่แพง พร้อมบริการที่สะดวก รวดเร็ว
โทร 1596 หรือ www.smk.co.th 

ที่มา : motorexpo.co.th
Photo source: pexels.com

";