ข่าวสารและบทความ

พาเที่ยวคลายร้อนที่ภูเก็ต ชมย่านเมืองเก่า สถาปัตยกรรมโบราณ และจุดชมวิวที่ไม่ควรพลาด

พาเที่ยวคลายร้อนที่ภูเก็ต ชมย่านเมืองเก่า สถาปัตยกรรมโบราณ และจุดชมวิวที่ไม่ควรพลาด

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวที่ชิลล์ๆ สบายๆ มีหลากหลายรสชาติการท่องเที่ยว ต้องลองมาเยือนเกาะทางใต้ที่ใหญ่อันดับ1 อย่างภูเก็ต เป็นเกาะที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศไทยฝั่งทะเลอันดามัน ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพราะมีความน่าสนใจทั้งแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะและท้องทะเลที่อยู่รอบล้อม เป็นเกาะที่มีความเจริญรุ่งเรืองและมีประวัติความเป็นมายาวนาน ที่ต้องลองไปสัมผัสกับจุดท่องเที่ยวที่ต้องแวะไปชมและเก็บภาพเป็นที่ระลึกจะมีที่ไหนมาติดตามกัน

 

ย่านเมืองเก่าภูเก็ต

บริเวณเขตเมืองภูเก็ตยังคงสะท้อนให้เห็นภาพความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจตั้งแต่ยุคอดีต เป็นที่รวมเศรษฐีเหมืองแร่ในอดีตจำนวนมาก แม้จะมีอาคารสมัยใหม่ที่สร้างขึ้นตามความเจริญของยุคสมัย แต่ขณะเดียวกันบนถนนหลายสายก็ยังคงอนุรักษ์ตึกโบราณที่สวยโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโน-โปรตุกีสไว้  ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ( คอซิบี้ ณ ระนอง) สมุหเทศาภิบาลสำเร็จราชการมณฑลภูเก็ตในขณะนั้น โดยผสมผสานรูปแบบการก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมยุโรปกับจีนได้อย่างลงตัว อาคารก่อสร้างด้วยปูนประดับลวดลายที่ได้รับอิทธิพลจากยุคนีโอคลาสสิคและโรมันยุโรป แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงความเป็นจีนฮกเกี้ยนไว้ บริเวณตึกแถวมีช่องทางเดินด้านหน้าซึ่งเป็นช่องซุ้มโค้งเชื่อมกันตลอดแนวเรียกว่า “อาเขต” หรือ “หง่อคาขี่” เป็นพื้นที่สาธารณะให้เดินกันอย่างสบายๆ เหมาะกับสภาพภูมิอากาศจังหวัดภูเก็ตที่มีอากาศค่อนข้างร้อน นอกจากนี้ภายในอาคารมักมี “ฉิ่มแจ้” หรือ บ่อน้ำบาดาล และมีการเจาะช่องให้อากาศถ่ายเทมีแสงแดดลอดผ่านแดดผ่านส่องเข้าอาคาร ด้วยเหตุนี้เองเราจะพบการผสานที่ลงตัวระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกตามอาคารบ้านเรือนทั่วไปในย่านเมืองเก่าภูเก็ต


การเดินทางชมอาคารโบราณ แนะนำให้เดินทางจากถนนพังงาจนถึงสี่แยกตัดถนนภูเก็ตเลี้ยวขวาไปตามถนนรัษฎาจนถึงวงเวียนสุริยเดชหรือวงเวียนน้ำพุ แล้วตรงไปสู่ถนนตลาดดาวน์ทาวน์จนถึงบริษัทการบินไทย ตามเส้นทางข้างต้นเราจะได้เพลิดเพลินกับการชมความคลาสสิคของตึกเก่า เช่น อาคารศูนย์รวมข่าวพรหมเทพที่ตั้งอยู่หัวมุมถนนพังงาตัดกับภูเก็ต ด้านบนอาคารมีหอนาฬิกาสูง 4 ชั้น รูปทรงหลังคาคล้ายหมวกตำรวจยุคก่อน พิพิธภัณฑ์ของโรงแรมถาวรของตระกูลถาวรว่องวงศ์มีการจัดแสดงรูปภาพเก่าๆ ข้าวของเครื่องใช้ในอดีต บริเวณถนนภูเก็ตข้ามแยกเข้าสู่ถนนมนตรีจะมีศาลเจ้าและตึกแถวให้ได้ชมอีกด้วย

 

โรงแรมเดอะเมมโมรี แอท ออน ออน

เป็นโรงแรมแห่งแรกในภูเก็ตที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2470 ตั้งอยู่บนถนนพังงา โรงแรมแห่งนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ราคาคืนละ 80 สตางค์ ปัจจุบันมีการปรับปรุงและตกแต่งให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์แห่งสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม ชื่อ “โรงแรมออนออน” หรือ ที่เรียกในภาษาจีนว่า “อันอัน” มีความหมายว่า “ความสุขสำหรับผู้มาเยือน”  เพราะในอดีตภูเก็ตมีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติจำนวนมาก ทำให้โรงแรมแห่งนี้ได้รับความนิยม ตัวรูปแบบโรงแรมเป็นตึกแถวสไตล์ ชิโน-โปรตุกีส สูง 2 ชั้น หน้าตึกแถวมีทางเดินเท้าแบบ “หง่อคาขี่” ช่วยบังแดดและฝนที่ชั้นสองด้านหน้าอาคารเน้นการเจาะช่องหน้าต่างเป็นซุ้มโค้งคูหาละสามช่องขนาบข้างด้วยเสาแบบกรีก-โรมัน บนพื้นผนังตกแต่งด้วยลายปูนปั้นทั้งแบบจีนและตะวันตกซึ่งผสมผสานทั้งสองศิลปะได้อย่างลงตัว
 

ธนาคารกสิกรไทย

หลังจากมีการปรับปรุงตัวอาคารธรรมดา ให้กลายเป็นอาคารสไตล์ซิโน-โปรตุกีสให้เข้ากับบรรยากาศย่านเมืองเก่าภูเก็ต ภายในตกแต่งด้วยไม้ซึ่งออกแบบให้ผสมผสานสถาปัตยกรรมยุโรปและศิลปะจีน ประตูด้านหน้าและประตูภายในอาคารเป็นแบบบานเฟี้ยม พร้อมเจาะช่องหน้าต่าง และตกแต่งด้วยการนำลวดลายปูนปั้นแบบอาร์ตเดโคให้ดูสวยงาม
ขอบคุณภาพจาก https://news.phuketindex.com/features/kbang-phuket-222803.html

 

ศาลเจ้าแสงธรรม

ที่นี้คือศาลเจ้าเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยมีชื่อภาษาฮกเกี้ยนว่า “ศาลเจ้าอ๊ามเต่งก้องต๋อง” หรือชื่อเดิม “ศาลเจ้าชิงเจียกอง” ตั้งอยู่ในซอยเล็กๆบนถนนพังงา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2434 โดยหลวงอำนาจนรารักษ์แห่งสายตระกูลต้นหล่วงแจ้ เพื่อเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าจีนที่ตระกูลนี้นับถือ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการพบปะของคนในชุมชน
ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมเก๋งจีนหลังคาปูนปั้นรูปมังกรและตุ๊กตาจีน ภายในศาลเจ้ามีศิลปะภาพวาดฝาผนังอันเก่าแก่ เกี่ยวกับซิยิ่นกุ้ยแม่ทัพในพงศาวดารของจีน  ลายเส้นดูงดงามอ่อนช้อยเป็นธรรมชาติ และมีภาพจิตรกรรมลายเส้นขาวดำที่อายุเก่าแก่กว่า 100 ปี  บนขอบประตูทางเข้าศาลเจ้ามีสัญลักษณ์ประจำตระกูล “เต่งก้องต๋อง” แปลว่าแสดงดวงประทีปที่สว่างไสวไม่มีวันมอดดับอันหมายถึงแสงธรรม ซึ่งเป็นชื่อศาลเจ้านั้นเอง
 

พิพิธภัณฑ์เพอรานากันนิทัศน์

ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนพังงาตัดกับถนนเทพกระษัตรี เป็นอาคารเก่าแก่ดูดีมีชีวิตชีวาด้วยโทนสีเหลืองตัดของขาวสะดุดตา  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อพิพิธภัณฑ์และเปิดป้ายแพรเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2560 โดยแต่เดิมตึกนี้เป็นที่ตั้งของธนาคารชาร์เตอร์ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ให้สร้างสถานีตำรวจไว้ฝั่งตรงข้ามด้วยเหตุผลในการรักษาความปลอดภัย ชั้นล่างภายในพิพิธภัณฑ์เป็นโถงกว้าง จัดแสดงพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพื้นที่สำหรับจัดนิทรรศการหมุนเวียนตลอดทั้งปี ส่วนชั้นบนแบ่งเป็น 5 ห้องจัดแสดงในระบบมัลติมีเดียที่ทันสมัย

 

ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขเก่า

จากเดิมเป็นบ้านพักของพระอนุรักษ์โยธา (นุด) ข้าหลวงรักษาราชการหัวเมืองฝ่ายตะวันตกที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2473 ได้กลายมาเป็นที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขแห่งแรกของภูเก็ต แม้จะเป็นอาคารชั้นเดียวหลังเล็กแต่สอดแทรกงานฝีมือของช่างยุคก่อนเอาไว้ให้เห็น ด้วยเสาเป็นทรงสี่เหลี่ยมเซาะร่อง หลังคาทรงปั้นหยา ภายหลังได้รับการปรับปรุงให้เป็น พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรภูเก็ต จัดแสดงประวัติและวิวัฒนาการของดวงตราไปรษณียากรไทย ซึ่งบางชิ้นนับว่าหาชมได้ยาก ในสมัยก่อนที่แห่งนี้ยังอยู่ใกล้กับศูนย์การค้าแห่งแรกของจังหวัดภูเก็ตชื่อ “โลกโภคารักษ์” ของขุนเลิศโภคารักษ์ ( ตันหลิ่ม หรือหลิ่ม ตันบุญ) 
ขอบคุณภาพจากFacebook : https://www.facebook.com/phuketphilatelicmuseum/


หากมาภูเก็ตไม่พามาเยี่ยมชมวิวรอบเกาะก็อาจถือว่ามาไม่ถึง จึงขอพามาจุดชมวิวของภูเก็ตบริเวณหาดต่างๆดังนี้


1. หาดในหาน
แผนที่  

 

2. หาดกะตะ
แผนที่  

 

3. แหลมพรหมเทพ
แผนที่ 


4. จุดชมวิวกังหันลม
แผนที่  


5. จุดชมวิวสามอ่าว
แผนที่  


6. หอชมวิวเขาขาด
แผนที่  

>

 

ก่อนออกเดินทางท่องเที่ยว อย่าลืมเตรียมพร้อม และลดความเสี่ยงในการเดินทาง ด้วยประกันการเดินทางที่จะช่วยคุ้มครองคุณและคนที่คุณรักจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดการเดินทาง สามารถซื้อได้ง่ายๆ ผ่านทางเว็บไซด์ www.smk.co.th/pretravel  สามารถกำหนดวัน เวลา สถานที่ได้ล่วงหน้า ราคาเริ่มต้นเพียง 13 บาทต่อวันเท่านั้น  หรือ โทร.1596  สินมั่นคงประกันภัย ..เราประกัน คุณมั่นใจ..

";