ข่าวสารและบทความ

ประกันรถยนต์ : หลักกิโลเมตรดูอย่างไร?

ประกันรถยนต์ :  หลักกิโลเมตรดูอย่างไร?

สำหรับคนที่ใช้รถเป็นประจำคงไม่มีใครไม่รู้จักหลักกิโลเมตรที่ปักอยู่ตามเส้นทางที่เราขับผ่าน แต่บางครั้งเราอาจไม่ได้สนใจ เพราะปัจจุบันเราใช้ Google Map ในการนำทางเสียส่วนใหญ่ ซึ่งเมื่อก่อนหลักกิโลเมตรจะเปรียบเสมือน GPS ในการนำทางของผู้ใช้ถนน บอกตำแหน่งของผู้ใช้รถว่า ระยะทางอีกกี่กิโลเมตรจึงจะถึงจุดหมายปลายทางที่เราจะไป ปัจจุบันหลักกิโลเมตรก็ยังมีประโยชน์สำหรับผู้เดินทางอยู่ แต่เราจะมีวิธีการอ่านหลักกิโลเมตรอย่างไร สินมั่นคง ประกันรถยนต์ มีวิธีการอ่านมาบอกกันค่ะ

 

หลักกิโลเมตรนั้นน่าจะเกิดขึ้นในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อ พ.ศ. 2481 ได้มีการสร้างหลักกิโลเมตรไปพร้อมกับการสร้างถนนพหลโยธิน ซึ่งเป็นถนนทางหลวงหมายเลข 1 ของประเทศไทย และ ได้นับหลักกิโลเมตรที่ 0  ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง  เป็นกิโลเมตรที่ 0 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 หมายเลข 3 และหมายเลข 4 

 

หลักกิโลเมตรหนึ่งหลัก มีตัวเลขบอกระยะทาง 3 ด้าน คือ ด้านหน้า ด้านขวา และด้านซ้าย ดังนี้

1. ด้านหน้า จะเป็นสัญลักษณ์ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อจะได้รู้ว่าเส้นทางนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด
- ถ้าเป็นความรับผิดชอบของกรมทางหลวงจะใช้สัญลักษณ์เป็นตราครุฑ พบได้ตามเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัด และอำเภอ ในรูปครุฑจะมีหมายเลขทางหลวงปรากฏอยู่ ใต้ตัวครุฑ เป็นเลขที่บอกว่าหลักกิโลเมตรนั้นเป็นหลักที่เท่าไร
- ถ้าเป็นเส้นทางที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมโยธาธิการจะใช้สัญลักษณ์เป็นรูปเทวดา 3 องค์ พบได้ตามเส้นทางที่แยกจากทางหลวงแผ่นดินไปตามหมู่บ้านต่างๆ โดยมีระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร

2. ด้านขวาและด้านซ้าย เป็นตัวเลขที่บอกว่า เหลือระยะทางอีกกี่กิโลเมตรที่จะถึง

 

ประโยชน์ของหลักกิโลเมตร

- บอกระยะทางของจุดหมายปลายทางที่เราจะไปว่า มีระยะทางเท่าไรจึงจะถึงจุดหมาย

- บอกตำแหน่งของเส้นทางที่เรากำลังเดินทางว่า เราอยู่ ณ จุดใดเมื่อเกิดความไม่แน่ใจในเส้นทาง

- มีประโยชน์ต่อกรมทางหลวง เป็นตัวกำหนดค่าบำรุงรักษาเส้นทาง โดยยึดรหัสที่ปรากฎบนหลักกิโลเมตรว่า สัมพันธ์กับรหัสของแขวงจังหวัดใดจังหวัดนั้นก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และยังเป็นประโยชน์ในการเวนคืนที่ดินอีกด้วย ซึ่งหลักฐานของโฉนดที่ดินจะต้องมีความสัมพันธ์กับหลักฐานในแขวงจังหวัด โดยยึดหลักกิโลเมตรเป็นสำคัญ

- มีประโยชน์ในการแจ้งเหตุต่างๆ เช่น อุบัติเหตุ ทำให้ทราบตำแหน่งที่จะเข้าไปช่วยเหลือได้ถูกต้องรวดเร็ว

 

 

การอ่านหลักกิโลเมตร

1. ตัวนี้จะบอกเส้นทางหลวงหมายเลข เช่น  เส้นทางหลวงหมายเลข 41  ให้เราสามารถเทียบดูกับแผนที่ได้ว่า ตรงกับหมายเลขถนนที่เราต้องการไปหรือไม่ ตัวเลขยิ่งน้อยหลัก แสดงว่า เป็นถนนหลัก แต่ยิ่งหลักตัวเลขมาก จะเป็นถนนเล็ก เช่น ถนนสองเลน

2. ตัวนี้จะบอกว่าอยู่กิโลเมตรที่เท่าไร เช่น กิโลเมตรที่ 7

3. ตัวนี้จะบอกอีกกี่กิโลเมตรจะถึงสถานที่ที่เราจะไป เช่น สวี อีก 30 กิโลเมตร

4. ตัวนี้จะบอกว่าอีกกี่กิโลเมตรจะถึงสถานที่ระบุไว้ เช่น สุราษฎร์ธานี อีก 178 กิโลเมตร


ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน ก็อุ่นใจทุกเส้นทาง ด้วยประกันภัยรถยนต์ที่วางใจ  สินมั่นคง พร้อมดูแล 
สอบถามและเช็คเบี้ยประกันภัยง่ายๆ ที่  
www.smk.co.th/premotor.aspx หรือ โทร. 1596  
สินมั่นคงประกันภัย..ประกันรถ ประกันเวลา..

";