ข่าวสารและบทความ

ประกันรถยนต์ : ทำอย่างไร? เมื่อรถติดหล่ม!!

ประกันรถยนต์ : ทำอย่างไร? เมื่อรถติดหล่ม!!

ช่วงนี้ฝนตกหนักทำให้ดินอ่อนตัวกลายเป็นดินโคลน หากเผลอขับไปบริเวณที่เป็นพื้นผิวอ่อนตัวเป็นดินโคลน ล้อรถอาจจมลงไปลึกจนไม่สามารถขับไปต่อได้ หรือเรียกกันว่าติดหล่มนั้นเอง และหากเรายังฝืนเร่งเครื่องยนต์ต่อ อาจทำให้ยิ่งจมลงไปและส่งผลต่อเครื่องยนต์ได้ แล้วเราควรทำอย่างไรจึงจะหลุดจากสถานการณ์นั้นได้ สินมั่นคง ประกันรถยนต์ มีคำแนะนำมาฝากดังนี้

 

เมื่อรถติดหล่ม หลายคนมักจะแก้ปัญหาด้วยการเหยียบคันเร่ง ถ้ารถยังพอขยับได้ก็ไม่มีปัญหา แต่หากติดหล่ม ชนิดที่รถไม่สามารถเคลื่อนไปไหนได้ การเร่งคันเร่งยิ่งทำให้รถของจมลงกว่าเดิม เพราะล้อรถของเราหมุนฟรีอยู่กับที่

 

สิ่งที่เราควรระวังเมื่อรถติดหล่ม

1.  การเร่งเครื่องไม่ได้ช่วยอะไร เพราะจะยิ่งทำให้รถจมลงไปมากยิ่งขึ้นจนไม่สามารถแก้ไขได้ ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักและยางเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

2.  การลดหรือเพิ่มน้ำหนักในรถไม่มีผลต่อรถที่ติดหล่ม เพราะล้อรถที่หมุนขณะติดหล่มนั้น อยู่ในพื้นเอียงของหลุม การลดหรือเพิ่มน้ำหนักในแนวดิ่งจึงไม่มีผลอย่างใด

3. การขย่มกระบะหลังรถไม่สามารถทำให้รถขึ้นจากหล่มได้ เพราะรถแค่ขยับขึ้นลงจากแหนบรถที่ขึ้นลงอยู่กับที่เท่านั้น ไม่สามารถทำให้รถหลุดจากหล่มได้

 

 

การแก้ไข

1. ให้ดูว่าล้อไหนของรถยนต์ที่ติดหล่ม ใช่ล้อที่ขับเคลื่อนหรือไม่

-  ถ้าเป็นล้อขับเคลื่อน ต้องเอาอะไรมาหนุนล้อ แล้วค่อยๆ เร่งเครื่อง ใช้ก้อนหินหรือท่อนไม้ที่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักรถยนต์ได้มาหนุนด้านหน้าที่ต้องการนำล้อรถออก เพราะวัสดุเหล่านี้จะช่วยเพิ่มแรงเสียดทานระหว่างล้อกับพื้น ทำให้รถมีแรงผลักตัวเองขึ้นจากหล่มได้ พร้อมใช้การเร่งเครื่องช่วย

- ถ้าเป็นล้อไม่ขับเคลื่อน ให้ลองสลับเดินหน้ากับถอยหลังเป็นระยะที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้รถเกิดแรงเหวี่ยง จนเมื่อถึงจังหวะที่ล้อรถขึ้นมาสูงแล้ว ให้เหยียบคันเร่งทันที ก็จะสามารถขึ้นจากการติดหล่มได้

2. สร้างพื้นที่สัมผัสให้กับล้อที่ติดหล่ม
เป็นการเพิ่มแรงเสียดทานระหว่างล้อกับพื้นผิวให้มากขึ้น โดยหาวัสดุจากบริเวณนั้น เช่น กิ่งไม้ เศษไม้ หรือก้อนหิน มาวางระหว่างล้อกับพื้นดิน เพื่อให้เกิดแรงเสียดทานเพิ่มมากขึ้น แล้วค่อยๆ เดินหน้า ถอยหลังสลับกันไป ก็สามารถช่วยให้เกิดแรงเหวี่ยง และออกมาได้ในที่สุด

3. หาคนมาช่วยเข็น วิธีนี้ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียวหรือสองคน แต่ต้องอาศัยคนหลายคนมาช่วยกันออกแรงเข็นด้วย  อาจใช้อุปกรณ์ช่วยอื่นๆ เช่น เชือก โซ่ผูกล้อ

4. ใช้รถลากออกมาจากหล่ม เป็นวิธีที่ใช้ในกรณีที่ติดหล่มหนัก 

- ต้องรู้จุดที่ใช้ในการลากรถของเราว่าอยู่ตำแหน่งไหน เพื่อที่จะได้ต่อพ่วงอุปกรณ์ลาก การลากรถสามารถทำได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของตัวรถ แต่ต้องทำเฉพาะจุดหรือตำแหน่งที่ใช้ลากรถ หากใช้ผิดจุด จะส่งผลให้เครื่องยนต์หรือตัวรถเสียหายได้

- เลือกใช้รถที่มีกำลังแรงกว่าลากรถที่ติดหล่ม

- ระหว่างการลากรถจะต้องติดเครื่องยนต์ของรถติดหล่มไว้ และให้มีคนขับช่วยเร่งเครื่องของรถที่ติดหล่มไปด้วย ไม่ควรลากรถที่เกียร์รถยังอยู่ที่ P เพราะจะทำให้ระบบขับเคลื่อน เฟืองและเพลาของรถเสียหายจนเกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้


การป้องกันรถติดหล่ม

1. ไม่ควรเสี่ยงขับไปในจุดที่ไม่มั่นใจ โดยเฉพาะเวลากลางคืนบนถนนดินที่มีฝนตกหรือมีน้ำท่วมขัง  เพราะรถอาจจะมีโอกาสติดหล่มได้

2. ประเมินรถยนต์ว่าเป็นรถยนต์ประเภทไหน ระบบขับเคลื่อนเป็นอย่างไร เช่น ขับเคลื่อน 2 ล้อหรือ 4 ล้อ ความสูงของตัวรถเมื่อนับจากพื้นจนถึงท้องรถอยู่ที่เท่าไร และเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับรถว่าทางแบบไหนวิ่งได้  และแบบไหนที่ไม่สามารถวิ่งได้ 

3. หากจำเป็นต้องเดินทางไปยังเส้นทางดินโคลนที่เสี่ยง ควรมีอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น รอก เชือก ติดรถเอาไว้เสมอ เผื่อรถติดหล่ม ก็สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

4. หากเลี่ยงไม่ได้จำเป็นต้องขับผ่านทางที่มีดินโคลน ควรขับไปตามแนวรอยล้อรถตามเส้นทางจะปลอดภัยกว่า

 

ขณะขับขี่รถเราควรประเมินเส้นทางข้างหน้าก่อนเสมอ และควรเลี่ยงจุดที่ไม่มั่นใจ ที่อาจเป็นหลุมลึก หรือเป็นดินโคลน เพื่อป้องกันการติดหล่ม และเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ ด้วยประกันรถยนต์ ที่จะช่วยคุ้มครองทั้งรถและคุณ สินมั่นคงประกันภัย พร้อมดูแล ด้วยประกันภัยรถยนต์หลากหลายให้เลือกในราคาไม่แพง
สามารถตรวจสอบเบี้ยได้ง่าย แค่คลิก www.smk.co.th/premotor.aspx หรือ  โทร. 1596  
สินมั่นคงประกันภัย ..ประกันรถ ประกันเวลา.. 

ที่มา : mthai.com
Photo source: pexels.com

";