ข่าวสารและบทความ

ประกันรถยนต์ : เคลม (ประกัน) อย่างไร? ถ้าน้ำท่วมรถ

ประกันรถยนต์ : เคลม (ประกัน) อย่างไร? ถ้าน้ำท่วมรถ

เคลมประกันอย่างไร? ถ้าน้ำท่วมรถ แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว แต่สิ่งที่ต้องทำภายหลังน้ำลดก็ยังมีให้ต้องจัดการอีกมากมาย ทั้งการดูแลซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย การจัดการที่ดิน เรือกสวนไร่นา รวมไปถึงรถยนต์ที่จมน้ำเสียหาย แล้วจะมีวิธีเคลมความเสียหายกับบริษัทประกันได้อย่างไร วันนี้ สินมั่นคง ประกันรถยนต์ มีเคล็ดลับดีๆ มาฝากกัน

 

1. ตรวจสอบรายละเอียดของกรมธรรม์ ว่ากรมธรรม์ของคุณสามารถให้ความคุ้มครองได้แค่ไหน รายละเอียดของกรมธรรม์แต่ละประเภทอาจแตกต่างกันออกไปตามเงื่อนไขของบริษัท และกรมธรรม์จะเริ่มคุ้มครองในวันที่ชำระเบี้ยแล้วเท่านั้น


ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 
- คุ้มครองภัยธรรมชาติที่มาจากน้ำ
- อุปกรณ์เสริมอื่นๆ เคลมได้ต่อเมื่อแจ้งซื้อคุ้มครองไว้ตั้งแต่วันเริ่มทำประกัน
- ไม่สามารถเคลมรายการที่มีค่าเสื่อมราคาได้ เช่น ค่าสึกหรอของเครื่องยนต์ ค่าน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรค น้ำมันเกียร์ น้ำมันทุกชนิดที่ต้องเปลี่ยนถ่าย
- กรณีผู้ขับขี่ประมาทจนเป็นเหตุให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย หรือนำรถไปวิ่งลุยน้ำทั้งที่มีประกาศแจ้งเตือนจากทางการ บริษัทประกันภัยอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้


ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+
- รถทุกคันที่มีประกันภาคสมัครใจ สามารถเคลมประกันภัยได้หากบุคคลหรือทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากคลื่นน้ำที่เกิดจากตัวรถ
- กรมธรรม์ที่ระบุความคุ้มครองรถยนต์สูญหาย เมื่อนำรถยนต์ไปจอดหนีภัยน้ำท่วมในที่สูง หากถูกโจรกรรมก็สามารถเคลมประกันภัยได้เช่นกัน


2. ถ่ายรูปรถยนต์ตอนถูกน้ำท่วมเก็บไว้ให้เห็นป้ายทะเบียน เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่ารถคันที่เคลมถูกน้ำท่วมจริง


3. ถ่ายภาพและจดบันทึกรายละเอียดความเสียหาย พร้อมวัน เวลา สถานที่ที่น้ำท่วมถึง


4. แจ้งเคลมทางโทรศัพท์กับบริษัทประกันภัย พร้อมนัดหมายตรวจสภาพความเสียหายก่อนนำรถเข้าซ่อม หรือหากน้ำท่วมรถยนต์ทั้งคัน (เกินช่วงคอนโซลหน้าของตัวรถ) บริษัทประกันภัยอาจประเมินความเสียหายว่า ไม่คุ้มกับการซ่อม อาจจ่ายค่าชดเชยในราคา 70-80% ของทุนประกันทดแทน


5. นำรถเข้าซ่อม พร้อมเก็บหลักฐานใบรับรถ และกำหนดวันซ่อมเสร็จ ค้นหาอู่ซ่อมในเครือสินมั่นคงฯ คลิก www.smk.co.th/garage.aspx 


การทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยคุ้มครองความปลอดภัยให้รถยนต์ของคุณ แม้จะเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะรถยนต์ที่จมน้ำอาจนำกลับมาใช้ได้ไม่เหมือนเดิม แต่อย่างน้อยก็ยังอุ่นใจได้ว่า รถยนต์ของคุณจะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ อย่างไรก็ตาม ควรหาทางป้องกันรถยนต์ของคุณก่อนในเบื้องต้น ด้วยการนำไปไว้ในที่ปลอดภัยและน้ำท่วมไม่ถึง แม้อาจจะเสี่ยงต่อการถูกเฉี่ยวชนหรือการโจรกรรมอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีโอกาสซ่อมแซมนำกลับมาใช้ใหม่ หรืออาจได้รับเงินชดเชยเต็มจำนวนทุนประกัน สนใจรายละเอียด คลิก www.smk.co.th/premotor.aspx 

";