ข่าวสารและบทความ

ประกันรถยนต์ : สำรวจสถานีชาร์จรถไฟฟ้า แหล่งพลังงานแห่งใหม่ของคนกรุง

ประกันรถยนต์ : สำรวจสถานีชาร์จรถไฟฟ้า แหล่งพลังงานแห่งใหม่ของคนกรุง

 

แม้ในวันนี้สถานการณ์ฝุ่นในเขตกรุงเทพมหานครจะเริ่มเบาบางลงเนื่องจากสภาพอากาศที่มีลมพัดแรงขึ้น ช่วยพาฝุ่นให้กระจายตัวออกไปได้เป็นวงกว้างไม่กระจุกตัวอยู่ท่ามกลางตึกสูงและแออัด แต่การแก้ไขปัญหาในระยะยาว ก็ยังคงต้องดำเนินอยู่ต่อไป เพราะในปีหน้าของช่วงเวลาเดียวกันที่สภาพอากาศปิด อาจทำให้ฝุ่นไม่สามารถระบายออกไปยังที่อื่นได้ คนกรุงเทพฯ และพื้นที่เสี่ยง จะยังคงได้รับความเดือดร้อนจากปัญหามลพิษทางอากาศนี้อีกในปีต่อ ๆ ไป

หนึ่งมาตรการที่ภาครัฐให้การสนับสนุนเพื่อบรรเทาปัญหามลพิษทางอากาศได้ในระยะยาว คือการผลักดันนโยบายสนับสนุนการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ รถยนต์ EV ให้ได้รับความนิยมในกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง ด้วยมาตรการทางด้านภาษีที่ปรับลดจาก 2% เหลือ 0% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563-31 ธันวาคม 2565 รวมระยะเวลา 3 ปี อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก www.smk.co.th/newsdetail/1507  และถึงแม้จะยังมีผู้ใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในปริมาณไม่มากนัก แต่เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้งานมากขึ้น การเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าก็มีความจำเป็นที่จะต้องทำควบคู่กันไป วันนี้ สินมั่นคง ประกันรถยนต์ มีข้อมูลมาฝากกันค่ะ

 

 


การชาร์จแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 

1. การชาร์จไฟแบบปกติ โดยใช้ชุดชาร์จที่ติดมากับรถยนต์ สามารถชาร์จไฟฟ้าจากที่บ้านหรือปลั๊กธรรมดาได้ แต่มีข้อจำกัดคือ ใช้เวลาในการชาร์จแต่ละครั้งนานหลายชั่วโมง เป็นการชาร์จด้วยไฟ AC (ไฟฟ้ากระแสสลับ) ผ่านทาง On Board Charger ที่อยู่ภายในตัวรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทำหน้าที่ในการแปลงไฟ AC ไปเป็นไฟ DC (ไฟฟ้ากระแสตรง) โดยขนาดของตัว On Board Charger จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อรถยนต์และมีผลต่อระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

2. การชาร์จไฟแบบเร็ว จะมีหัวชาร์จแบบพิเศษที่สามารถชาร์จได้ 0-80% ในระยะเวลาเพียง 30-40 นาที ขึ้นอยู่กับปริมาณกระแสไฟที่จ่ายเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ การชาร์จไฟแบบเร็วที่เราสามารถชาร์จได้ตามปั๊มน้ำมัน หรือสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าต่าง ๆ ซึ่งจะมีหัวชาร์จแบบพิเศษโดยระยะเวลาที่ใช้ในการชาร์จขึ้นอยู่กับปริมาณกระแสไฟที่จ่ายเข้าแบตเตอรี่

 

เพื่อช่วยให้สามารถเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง สถานีชาร์จไฟฟ้าจึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการเดินทางของรถยนต์ไฟฟ้า เปรียบได้กับสถานีบริการน้ำมันของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบเผาไหม้ ซึ่งการก่อสร้างสถานีชาร์จไฟฟ้า มีผู้ให้บริการที่หลากหลายมากขึ้นทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน ได้แก่

 

1. การไฟฟ้านครหลวง (MEA)

มีจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด 10 แห่ง ได้แก่ กฟน. สำนักงานใหญ่, กฟน. เขตวัดเลียบ, กฟน. เขตสามเสน, กฟน. เขตบางขุนเทียน, กฟน. เขตลาดกระบัง, กฟน. เขตราษฎร์บูรณะ, กฟน. เขตบางเขน, กฟน. เขตบางใหญ่, กฟน. สมุทรปราการ และ กฟน. บางพูด นอกจากนี้ การไฟฟ้านครหลวง ยังมีนวัตกรรมด้านการบริการผ่าน Smart Phone ภายใต้ชื่อ “MEA EV” แอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุคปัจจุบัน เพื่อใช้ค้นหาสถานีชาร์จไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (MEA), บริษัท EA Anywhere (EA) และ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) พร้อมแสดงเส้นทางไปยังสถานีชาร์จด้วยแผนที่ GIS ร่วมกับการนำทางของ Google และยังสามารถสั่ง เริ่ม-หยุด ชาร์จไฟฟ้า ได้ เฉพาะ สถานีไฟฟ้า หรือ สถานีอัดประจุ ที่ลงทะเบียนกับการไฟฟ้านครหลวง ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน คลิก

Android https://play.google.com/store/apps/details?id=th.mea.evcharger&hl=en

IOS https://apps.apple.com/th/app/mea-ev/id1321755208?l=th


 

 

2. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ. หรือ PEA)

กฟภ. ได้ร่วมกับ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สร้างสถานีชาร์จไฟฟ้าทั้งสิ้น 62 แห่ง ภายในเวลาดำเนินการ 2 ปี ซึ่งแต่ละแห่งจะติดตั้งตามระยะทางห่างกันราว 100 กม. โดยคาดว่าจะใช้พื้นที่ของสถานีบริการน้ำมันเดิมในการกำหนดจุดติดตั้ง ใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท  เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้งานรถไฟฟ้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยหลังจากนี้จะจัดเก็บค่าไฟฟ้าในอัตราหน่วยละประมาณ 4 บาท โดยปัจจุบัน กฟภ. มีสถานีชาร์จไฟฟ้าแล้วทั้งสิ้น 11 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาค เช่น อยุธยา, นครปฐม, ปากช่อง นครราชสีมา และหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงสถานีแบบชาร์จไฟเร็วอีก12 สถานีที่เป็นการขยายรูปแบบของสถานีชาร์จไฟเพิ่มเติมเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานของประชาชน

 

 

3. การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ. หรือ EGAT)

ปัจจุบัน กฟผ. ได้ติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า จำนวนทั้งสิ้น 23 สถานี เพื่อรองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใน 8 พื้นที่แบ่งออกเป็น สถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบธรรมดา จำนวน 11 สถานี และสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว จำนวน 12 สถานี ซึ่งประชาชนที่ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถเข้าร่วมโครงการนำร่องใช้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าของ กฟผ. ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นระยะเวลา 1 ปี และจะสิ้นสุดในวันที่ 1 เมษายน 2563 นี้

 

 

4. บางจาก
เปิดบริการสถานีชาร์จไฟฟ้าแล้วทั้งหมด 2 แห่ง และในอนาคตจะมีการพัฒนารูปแบบธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงของบางจาก โดยทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) มีแผนเป็นผู้ลงทุนติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็ว หรือ Quick Charge ในพื้นที่ปั๊มน้ำมันบางจาก ทุก 100 กิโลเมตร ตามถนนสายหลักของประเทศไทยรวม 62 สถานี ในช่วง พ.ศ. 2563 – 2564 นี้

 

 

5. ปตท. (PTT)
เปิดให้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้า (PTT EV Station) แล้ว 14 แห่งทั่วประเทศ เช่น ปตท. วังน้อย อยุธยา, สระบุรี, สมุทรสาคร, คลองหลวง ปทุมธานี, พุทธมณฑล สาย 5 นครปฐม, สาขาโรงแยกก๊าซระยอง ระยอง, เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา, ราษฎร์บูรณะ, ลาดพร้าว-วังหิน นวลจันทร์ และยังได้ต่อยอดพัฒนาเครื่องชาร์จไฟฟ้าแบบติดผนัง (EV Wall Charger) เพื่อจำหน่ายให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ารายย่อยอีกด้วย


6. EA Anywhere
เริ่มให้บริการในปี 2560 จากการติดตั้งในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และจุดสำคัญ ๆ ทั่วกรุงเทพฯ และขยายจุดให้บริการอย่างต่อเนื่อง กว่า 1,000 จุดทั่วประเทศ ภายในปี 2563 มีทั้งแบบสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle - PHEV) และยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle – BEV)  ให้บริการในรูปแบบแบบ AC หรือไฟฟ้ากระแสสลับ ทำให้ชาร์จได้ไม่เร็ว และไม่ตอบโจทย์กระแสรถยนต์ไฟฟ้าล้วนที่กำลังเพิ่มขึ้นในประเทศไทย EA Anywhere จึงเตรียมติดตั้งสถานีชาร์จแบบ DC หรือไฟฟ้ากระแสตรงในอนาคต ค้นหาสถานีชาร์จไฟฟ้า EA Anywhere คลิก www.eaanywhere.com


7. Charge Now
เปิดให้บริการสถานีสาธารณะในการชาร์จรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 65,000 แห่งใน 27 ประเทศทั่วโลก ด้วยวิธีการชาร์จที่ง่ายดายและรวดเร็ว สำหรับในประเทศไทย สถานีโครงการ ChargeNow จะแสดงที่ตั้งผ่านสมาร์ทโฟนหรือในเว็บไซต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะช่วยให้ทราบได้ว่าสถานีไหนว่างหรือมีการใช้งานอยู่ โดยลูกค้าจะได้รับการ์ด ChargeNow เพื่อสามารถเข้ารับบริการในสถานีซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่ให้บริการโดยพันธมิตรต่าง ๆ และลูกค้าจะได้รับบิลค่าบริการในทุกสิ้นเดือน เช่นเดียวกับบิลค่าบริการโทรศัพท์มือถือ ตรวจสอบที่ตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า ChargeNow คลิก chargenow-th.greenlots.com


8. EQ
Mercedes Benz ภายใต้แบรนด์ EQ - Electric Intelligence by Mercedes-Benz ดำเนินการขยายเครือข่ายจุดติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบปลั๊กอินไฮบริด (Charging Station) ในเฟสแรก กว่า 63 จุดทั่วประเทศ ใน 3 เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ได้แก่ Marriott International Minor Hotels และ Hilton ให้บริการตั้งแต่รถลีมูซีนไปจนถึงรถปลั๊กอินไฮบริดของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่โรงแรม ส่งผลให้ Mercedes Benz มีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ารวมทั้งสิ้นกว่า 200 จุด ครอบคลุมทั้งผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ โรงแรมชั้นนำ และศูนย์การค้าชั้นนำ อาทิ สยามเซ็นเตอร์, เซ็นทรัล เวิลด์, พาราไดซ์ พาร์ค พร้อมวางแผนเพิ่มสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอีกหลายแห่งในอนาคต ค้นหาสถานีชาร์จไฟฟ้าของ EQ คลิก www.mercedes-benz.co.th/th/passengercars/mercedes-benz-cars/models/e-mobility/project-eq/services/charging-your-car.module.html 


จะเห็นได้ว่า ทั้งภาครัฐและเอกชน ล้วนให้การตอบรับและสนับสนุนการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง ทั้งในแง่ของมาตรการลดภาษีและการขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ หันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเลือกใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าทดแทนในที่สุด


เปลี่ยนมาขับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแล้ว ควรเลือกประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับรถคันใหม่ของคุณ แวะมาทำประกันรถยนต์คนดีฯ ..โปรไฟล์ยิ่งดี เบี้ยยิ่งถูก.. ประกันประเภท 1 ซ่อมอู่ จากสินมั่นคงประกันภัย ที่เบี้ยประกันภัยจะแตกต่างไปตามปัจจัยความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละคน ไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก เช็คเบี้ยประกันรถยนต์คนดีฯ ได้ที่ http://bit.ly/31ZG0Se หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/34fbwwZ หรือ โทร. 1596 ตลอด 24 ชั่วโมง 

";